ฝนห่าใหญ่ยังคงเทกระหน่ำไม่หยุด เสียงซ่าดังต่อเนื่องจนกลายเป็นเสียงรบกวนสีขาวพร่าเลือน
ซูอี้ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองไปยังทิศทางแนวรบของฝ่ายฟ้าที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในม่านฝน
เขากำลังรอโอกาส โอกาสที่จะเคลื่อนพล
แล้วโอกาสก็มาถึงจริง ๆ
ทหารลาดตระเวนแนวหน้าวิ่งกลับมารายงานอย่างตื่นเต้น “หัวหน้า เป็นอย่างที่คุณคาดไว้เลยครับ แนวป้องกันด้านหน้าของฝ่ายฟ้าเปลี่ยนไปแล้ว กำลังสำรองแนวลึกถูกดึงออกไปเกินครึ่ง แนวรับที่เคยแข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก ตอนนี้กลับมีช่องโหว่ตรงด้านหน้าเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด”
มุมปากซูอี้ยกขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็ได้เห็นภาพที่ต้องการ “สือเชาสง ฉันต้องขอบคุณนายจริง ๆ ถ้าไม่มีนาย เกาชิวคงไม่หลงกลแน่!”
จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นสั่ง “ทุกคนรวมพล!”
คนที่กำลังผิงไฟอยู่รีบเข้าแถวทันที
ซูอี้พูดเร็วและชัดเจน “ยกเว้นซุนอูโหยวกับฉางเป่าจวิน ที่เหลือทั้งหมดตามหวังจื้อบุกโจมตีเต็มกำลังจากด้านหน้า ต้องฝ่าแนวป้องกันแรกของฝ่ายฟ้าให้ได้ในเวลาสั้นที่สุด!”
หวังจื้อพยักหน้าอย่างหนักแน่น ก่อนหยิบปืนกลมือขึ้นมา “รับทราบ!”
ซุนอูโหยวกับฉางเป่าจวินสบตากัน ต่างก็มีสีหน้างุนงง
กองกำลังหลักบุกเข้าไปกันหมดแล้ว แล้วพวกเขาสองคนต้องทำอะไร?
ซูอี้มองออกว่าทั้งคู่สงสัย แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงค่อย ๆ หันไปมองหน้าผาสูงชันด้านหลังแนวรบ ซึ่งซ่อนอยู่ในม่านฝน
ทั้งสองมองตามสายตาเขาไปก็เข้าใจทันที แววตาฉายความตกใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น
ไม่นาน เสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้นที่แนวรบด้านหน้า
