เย่ซีชะงักไปครู่หนึ่ง
สายน้ำเล็ก ๆ เหล่านั้นเย็นฉ่ำ ไหลซึมเข้าไปในร่างของเธอ
แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกไม่สบายแม้แต่น้อย
กลับรู้สึกราวกับร่างกายได้รับการหล่อเลี้ยง ยิ่งรู้สึกผ่อนคลายและสบายขึ้นเรื่อย ๆ
“นี่คือ...พลังพิเศษเยียวยา? หรือพลังพิเศษแห่งน้ำพุ?”
เธอมองไม่ค่อยออก
ครั้นยื่นมือเข้าไปในของเหลวสีฟ้าเข้มอีกครั้ง มันกลับนิ่งสนิท
ไม่ได้กลายเป็นสายน้ำเล็ก ๆ ไหลซึมเข้าร่างเธออีก
เย่ซีเม้มริมฝีปาก รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
อีกอย่าง...
เธอเงยหน้ามองมิติอันกว้างใหญ่ซึ่งขาวโพลนไปหมด “ฉัน...จะออกไปยังไง?”
ความสงสัยเพิ่งผุดขึ้น
วินาทีถัดมา
ภาพตรงหน้าก็มืดสนิท
เย่ซีพบว่าตัวเองกลับมายืนอยู่หน้าประตูห้องอีกครั้ง
ท่ายืนยังคงเหมือนเดิม ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“เสี่ยวซี มากินข้าวแล้ว”
ด้านนอกประตู เย่เยี่ยนถือกะละมังเหล็กปากกว้างขนาดเท่าฝ่ามือ เดินมาหาเธอ
เย่ซีได้สติ ตัดสินใจว่าค่อยศึกษามิติประหลาดกับของเหลวสีฟ้าเข้มนั่นทีหลัง
“เสี่ยวซี วันนี้อาหารเป็นฝีมือรั่วฉิง สดใหม่กว่าเดิม ถ้ามีอะไรที่ไม่ชอบก็อย่าเพิ่งกิน เดี๋ยวพี่กินให้เอง”
เย่เยี่ยนยื่นอาหารให้เธอ
เย่ซีก้มมองอาหารในกะละมัง
มีทั้งเนื้อและผัก
ก่อนวันสิ้นโลก นี่เป็นอาหารบ้าน ๆ ที่ธรรมดาที่สุด
แต่หลังวันสิ้นโลกมาจนถึงตอนนี้ก็เดือนกว่าแล้ว ทีมของพวกเขาแทบไม่ได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานการณ์ที่อาหารมีจำกัดอย่างตอนนี้ มีแค่เย่เยี่ยนคนเดียวในทีมที่ได้ส่วนแบ่งแบบนี้!
เพราะเย่เยี่ยนมีพลังพิเศษเยียวยา
เธอต้องใช้พลังงานไม่น้อยทุกวันเพื่อรักษาบาดแผลให้คนทั้งทีม
พูดให้ชัดก็คือ
เย่เยี่ยนเป็นคนที่สำคัญที่สุดในทีม!
ไม่อย่างนั้นเสิ่นอิงเฉิงคงไม่ยอมให้ ‘เธอ’ ตัวไร้ประโยชน์คอยถ่วงเย่เยี่ยนแล้วยังอยู่ในทีมต่อไป
ก่อนหน้านี้เย่เยี่ยนเคยบอกเสิ่นอิงเฉิงว่า “ฉันจะพาน้องสาวไปด้วย ถ้าน้องไม่อยู่ ฉันก็ไม่อยู่เหมือนกัน”
พอมองอาหารในกะละมังตอนนี้อีกครั้ง
เย่ซีอดรู้สึกแสบจมูกขึ้นมาไม่ได้
ต่อให้ ‘เธอ’ จะเอาแต่ใจแค่ไหน
เย่เยี่ยนก็ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งเธอ!
พี่สาวเก็บของดีที่สุดไว้ให้เธอเสมอ จนกระทั่งวาระสุดท้าย...
“เสี่ยวซี?”
เห็นเธอยืนนิ่ง เย่เยี่ยนจึงยัดตะเกียบกับช้อนใส่มือเธออีกครั้งอย่างสงสัย “รีบกินเถอะ”
“พี่...แล้วพี่ล่ะ?”
เย่ซีเงยหน้ามอง “ฉันกินของพี่ แล้วพี่จะกินอะไร?”
เย่เยี่ยนชะงัก ก่อนยิ้มบาง ๆ “พี่กินไม่หมดหรอก รอเธอกินไม่ไหวแล้ว พี่ค่อยกินต่ออีกสักสองสามคำก็ได้”
“ไม่ได้!”
น้ำเสียงของเย่ซีแข็งกร้าวขึ้น เธอดึงมือเย่เยี่ยนไว้แล้วพูดว่า “ไปหาชามมาสักใบ เราแบ่งกันกิน”
“เสี่ยวซี...”
เย่เยี่ยนถูกเธอลากลงไปชั้นล่าง สีหน้าดูเหม่อลอยเล็กน้อย
น้องสาวเหมือนจะเปลี่ยนไปจริง ๆ?
-
ตอนนี้พวกเขาพักอาศัยชั่วคราวอยู่ในบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่ง
เย่ซีจูงเย่เยี่ยนลงบันได แล้วตรงไปที่ห้องครัว
พอดีกับที่สมาชิกทุกคนในทีมอยู่ทางห้องครัว
อี้ซีหรานเห็นเย่เยี่ยนก็เตรียมจะทักทาย แต่พอเห็นเย่ซีอยู่ด้วย รอยยิ้มก็หุบลงทันที ก่อนจะทำหน้าบึ้งตึงขึ้นมาใหม่!
โดยเฉพาะเมื่อเห็นเย่ซีถืออาหารของเย่เยี่ยนอยู่ในมือ
เขายิ่งห้ามอารมณ์ร้อนของตัวเองไม่อยู่ จึงประชดว่า “คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าคนที่นอนอยู่บ้านทั้งวันบางคน เอาความกล้ามาจากไหนถึงได้แย่งข้าวคนอื่นกินหน้าตาเฉย หน้าหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมือง!”
เย่ซีไม่สนใจเขา
เธอเดินไปหยิบชามกับตะเกียบในครัว
แล้วตักเนื้อทั้งหมดกับผักส่วนใหญ่ใส่ชามของเย่เยี่ยน
จากนั้น ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน
เธอสบตาอี้ซีหรานแล้วสวนกลับว่า “ฉันกับพี่ชอบกินข้าวชามเดียวกัน พี่ฉันก็ชอบเลี้ยงฉัน แล้วไง? นายอิจฉาเหรอ? ถ้าอิจฉาก็ออกไปหาพี่สาวให้ตัวเองสักคนสิ แต่ต่อให้หาเจอก็ไม่ใช่พี่สาวแท้ ๆ สู้พี่ฉันที่ดีกับฉันไม่ได้หรอก นายก็อิจฉาต่อไปเถอะ!”
สิ้นคำ ทุกคนต่างชะงักไปครู่หนึ่ง
อี้ซีหรานเองก็ถูกสวนจนมึนงง
ปกติเขาคุ้นกับเย่ซีที่ชอบพูดจาเหน็บแนมและหน้าหนาอยู่แล้ว
แต่ไม่เคยเจอแบบนี้!
เธอสวนกลับจนเขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ตั้งนานก็นึกคำโต้กลับไม่ออกสักคำ!
อี้ซีหรานมองเย่ซีราวกับเห็นผี
แน่นอนว่าคนอื่น ๆ ก็รู้สึกไม่ต่างจากเขา
เสิ่นอิงเฉิงเหลือบมองเย่ซีอย่างแนบเนียน
เห็นเธอเลื่อนอาหารที่แบ่งเนื้อส่วนใหญ่ให้เย่เยี่ยนไปตรงหน้า แล้วยังพูดว่า “พี่กินอันนี้เถอะ พี่กินได้น้อย กินไม่หมดแล้วฉันจะช่วยกินต่อเอง”
นี่มัน...ชวนให้ขนลุกจริง ๆ!
เย่ซีเมื่อก่อนมีท่าทีแบบนี้เสียที่ไหน
ต่อให้กินไม่ไหว เธอก็ยังต้องกินอาหารที่เย่เยี่ยนให้จนหมด
เผยหงชิงหรี่ตาลง สายตาหม่นมืดจับจ้องเย่ซี มุมปากยกขึ้นคล้ายเยาะเย้ยอยู่ราง ๆ
ดูท่าจะฉลาดขึ้นแล้วสินะ
ผู้หญิงคนนี้คิดจะเล่นลูกไม้อะไรอีก?
เหยียนจื่อหมิงที่มีใบหน้าซื่อ ๆ ไม่พูดอะไร ยังคงกินอาหารของตัวเองต่อไป
ฟู่รั่วฉิงมองเย่ซีกับเย่เยี่ยนอย่างประหลาดใจ ขยับปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยออกมา
เย่เยี่ยนมองอาหารที่เย่ซีเลื่อนมาให้ ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
เธอซาบซึ้งใจ!
เดือนกว่าแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ซีบอกให้เธอกินให้มากหน่อยก่อน
มีเพียงตอนก่อนวันสิ้นโลก เมื่อพี่น้องสองคนพึ่งพากันอยู่ที่บ้านเท่านั้นที่จะเกิดเรื่องแบบนี้!
เธอกินได้น้อยจริง ๆ กินไม่มาก
เพราะอย่างนั้น ตอนอยู่บ้านทุกครั้งที่กินอาหารไม่หมด เย่ซีจะกินส่วนที่เหลือจนหมด
แต่หลังวันสิ้นโลก ทุกอย่างกลับตาลปัตร
“เสี่ยวซี...”
เธอมองเย่ซี ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
เย่ซีมองเธอแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ขอโทษนะพี่ เชื่อฉันเถอะ ต่อไปฉันจะไม่เอาแต่ใจอีกแล้ว”
“อืม”
เย่เยี่ยนพยักหน้า
ครั้งนี้เธอสัมผัสได้ว่า บางทีน้องสาวอาจเปลี่ยนกลับไปเป็นคนเดิมจริง ๆ แล้ว
“หึ พูดได้ดีกว่าร้องเพลงเสียอีก!”
อี้ซีหรานหัวเราะเย็นชา หรี่ตาประชดเย่ซี “เมื่อก่อนพูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว? เคยเปลี่ยนสักครั้งไหม?”
เย่ซีเหลือบมองเขาอย่างเฉยเมย “นายจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ขอแค่พี่ฉันเชื่อก็พอ”
“เธอ...”
อี้ซีหรานถูกสวนจนพูดไม่ออกอีกครั้ง
วันนี้พอปะทะกับเย่ซี เขากลับอึดอัดยิ่งกว่าปกติ!
เหมือนต่อยหมอนนุ่ม ๆ เย่ซีไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิด!
ยังเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน
ชวนให้คนเกลียด!
แต่สำหรับมื้อนี้
เพราะเย่ซีอยู่ด้วย คนอื่น ๆ จึงกินอะไรไม่ค่อยลงจริง ๆ
เสิ่นอิงเฉิงวางตะเกียบลง กวาดตามองทุกคนยกเว้นเย่ซี แล้วพูดว่า “คืนนี้ทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เตรียมออกเดินทางไปดูแถวเขตหลิ่งหนาน มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง เสบียงมีไม่น้อย ไปสักเที่ยวก็น่าจะขนของกลับมาได้เยอะ”
เขตหลิ่งหนาน?
พอเย่ซีได้ยินสามคำนี้ ก็รู้สึกคุ้นหูขึ้นมา
เธอพลันนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันไปมองเสิ่นอิงเฉิง
เสิ่นอิงเฉิงหน้าตาหล่อเหลา โครงหน้าสุขุมเรียบร้อย แฝงกลิ่นอายแข็งแกร่งและเที่ยงธรรมอยู่หลายส่วน
เขาเป็นรุ่นพี่ของพี่สาว และเคยเป็นทหารอยู่ 2 ปี
มีหลักการและเส้นแบ่งชัดเจน
ช่วงแรกของวันสิ้นโลก เขาปลุกพลังพิเศษธาตุน้ำแข็งขึ้นมาได้ แต่ภายนอกกลับไม่ได้ดูเย็นชา
เขาเป็นหัวหน้าทีมเล็ก ๆ ของพวกเขา
เผยหงชิงที่นั่งอยู่ข้างเขามีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ออกไปทางงามละมุนจนดูคล้ายหญิงสาว แต่ดวงตาหงส์ที่หรี่ลงอยู่เสมอกลับเผยความหม่นมืดและเจ้าแผนการ เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์และมีเล่ห์เหลี่ยมมากที่สุดในทีม
แต่ชาติที่แล้ว เขาตายระหว่างภารกิจค้นหาเสบียงที่เขตหลิ่งหนานครั้งนี้เอง
ส่วนเสิ่นอิงเฉิงก็เสียแขนไปข้างหนึ่งในภารกิจครั้งนี้!
ยังมีอี้ซีหราน ผู้มีพลังพิเศษธาตุไฟที่ฉุนเฉียวและไม่ชอบหน้าเธอคนนี้อีก
ไม่เพียงตายในภารกิจครั้งนี้ แต่ยังตายอย่างน่าอนาถยิ่งกว่าเผยหงชิงเสียอีก!
