ควันขาวลอยพวยพุ่งออกมาจากฝากระโปรงหน้ารถจี๊ป ปะปนกับกลิ่นไหม้ฉุนกึก
คนขับรีบผลักประตูรถกระโดดลงมา เปิดฝากระโปรงขึ้นดู
ถึงได้พบว่าน้ำยากันแข็งในหม้อน้ำรั่วจนหมดเกลี้ยงแล้ว
ประตูด้านหลังถูกเปิดตามมา
เลขานุการจางจากคณะปฏิวัติประจำอำเภอก้าวลงจากรถ สีหน้าเคร่งเครียด
“เสี่ยวหวัง ตกลงเกิดอะไรขึ้น?”
“เลขานุการจาง น้ำในหม้อน้ำแห้งหมดแล้ว สายพานพัดลมก็ขาด ตอนนี้รถขยับไม่ได้เลยครับ!”
คนขับร้อนใจจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก มือกำประแจแน่น ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เลขานุการจางมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนเดินวนอยู่กับที่
“อดีตผู้บังคับบัญชาคนสำคัญไอเป็นเลือดจนหมดสติ ทีมแพทย์จากมณฑลยังรอยาช่วยชีวิตอยู่ที่บ้านรับรอง แล้วนายมาบอกฉันว่ารถเสียเนี่ยนะ?”
เสียงของเลขานุการจางดังขึ้นหลายระดับ จนคนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดมอง
“เลขานุการจาง! โอ๊ย เลขานุการจาง อย่าเพิ่งร้อนใจครับ อย่าเพิ่งร้อนใจ!”
รองหัวหน้าหลี่เห็นดังนั้นก็ดีใจ รีบวิ่งเข้าไปหา
ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง แววตาหลังแว่นกรอบทองกลับแฝงเล่ห์เหลี่ยม
เจ้าหน้าที่ที่ตามมาด้านหลังประคองกล่องไม้สนแดงเข้ามาอย่างระมัดระวัง
“รองหัวหน้าหลี่? มาทำอะไรที่นี่?”
เลขานุการจางหยุดเดิน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอยู่หลายส่วน
รองหัวหน้าหลี่จัดเสื้อคลุมให้เรียบร้อย กระแอมเบา ๆ
“เลขานุการจาง ผมได้ยินว่าอดีตผู้บังคับบัญชาคนสำคัญไม่สบาย จำเป็นต้องใช้โสมป่าบำรุงกำลังเพื่อประคองชีวิตครับ”
“ผมรู้ว่าคุณกำลังตามหาของสิ่งนี้ทั่วทั้งอำเภอ เลยอาศัยเส้นสายกับทางมณฑล ทุ่มเททุกทางกว่าจะหาโสมมาได้หนึ่งต้น!”
รองหัวหน้าหลี่พูดพลางยื่นมือไปตบกล่องไม้ที่เจ้าหน้าที่ข้างกายประคองอยู่เบา ๆ
เมื่อเปิดกล่องออก ด้านในรองด้วยผ้าไหมสีแดงชั้นหนึ่ง
กลางผ้าไหมแดงมีโสมป่าต้นหนึ่งมัดไว้ด้วยด้ายสีแดง
รองหัวหน้าหลี่ทำหน้าได้ใจ น้ำเสียงยิ่งพูดยิ่งสูงขึ้น
“ลองดูสิครับ ของเก่าแท้จากภูเขาฉางไป๋ มีอายุตั้งแปดสิบปีเชียว!”
