เซียวรั่วถังสะดุ้งตื่นจากเตียงเตาหลังก่ออิฐ มือคว้าสวีฉางเล่อที่อยู่ข้างกายโดยไม่รู้ตัว
“ฉางเล่อ ข้างนอก...มีหมาป่า!”
สวีฉางเล่อโอบไหล่เธอเข้ามา ฝ่ามือแนบแผ่นหลังแล้วตบเบา ๆ
“ไม่ต้องกลัว สัตว์ป่าในป่าลึกแค่หอนสองสามที เข้ามาในลานบ้านไม่ได้หรอก”
“ฟ้ายังไม่สาง พลิกตัวนอนต่อเถอะ ฟ้าถล่มลงมาก็มีฉันคอยรับไว้เอง”
เซียวรั่วถังฟังเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ข้างหู ใจที่ตื่นตระหนกค่อยสงบลงเล็กน้อย เธอซุกหน้ากับอกสวีฉางเล่อแล้วตอบเสียงเบา ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
สวีฉางเล่อเงยหน้ามองคานบ้าน ไม่มีแววว่าจะหลับลงได้เลย
เสียงหมาป่าหอนก้องกังวาน ระยะห่างจากกองเซี่ยโกวคงไม่เกิน 2 ลี้ ช่วงหิมะตกหนักจนปิดทางขึ้นเขา สัตว์ป่าหาอาหารไม่ได้แล้วลงมาป้วนเปี้ยนในหมู่บ้านเป็นเรื่องปกติ
ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง
สวีฉางเล่อค่อย ๆ ยกแขนเซียวรั่วถังออก แล้วพลิกตัวลงจากเตียงเตา เดินไปยังห้องด้านนอก
ประตูไม้เพิ่งเปิดออกได้ครึ่งบาน ลมหนาวก็พัดปะทะหน้า
สวีฉางเล่อถือมีดถลกหนังเล่มเล็ก มองออกไปด้านนอกผ่านรั้วไม้ไผ่ บนพื้นหิมะห่างจากประตูลานไม่ถึง 30 เมตร มีรอยเท้าขนาดมหึมาประทับอยู่หลายรอย
รอยเล็บจมลึกลงในหิมะเกือบครึ่งข้อนิ้ว ขอบรอยมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ชั้นหนึ่ง
“ไอ้ตัวนี้ตัวใหญ่ชะมัด”
สวีฉางเล่อย่อตัวลงสำรวจรอยเท้า
ดูจากความกว้างของรอยเท้าเพียงอย่างเดียว เจ้าตัวนี้คงหนักเกิน 100 ชั่ง
สุนัขตัวเหลืองตัวใหญ่ในหมู่บ้านเพิ่งเริ่มเห่า ไม่นานก็มีคนหลายคนเดินมาตามถนนใหญ่
หลิวส่วงจู้ หัวหน้าฝ่ายรักษาความสงบ เดินนำหน้า ส่วนจ้าวกว่างซาน หัวหน้ากองตามมาด้านหลัง
“ฉางเล่อ เช้า ๆ มัวดูอะไรอยู่?”
หลิวส่วงจู้ตะโกนถามเสียงดัง
สวีฉางเล่อยืนขึ้น แล้วชี้ไปยังหลุมหิมะบนพื้น
