“มาดูนี่เร็ว!”
“ฉางเล่อฆ่าหมาป่าเฒ่าที่ชอบกัดคน แล้วแบกกลับมาแล้ว!”
เสียงตะโกนดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบในหมู่บ้าน
ประตูรั้วบ้านแต่ละหลังทยอยเปิดออก ชาวบ้านถือชามข้าวบ้าง หมั่นโถวบ้าง พากันกรูออกมา
“อะไรนะ? ฆ่ามันได้จริงเหรอ?”
“เมื่อวานพวกพรานรุ่นเก๋าในกองพลยังไม่กล้าไล่ตามเลย ไอ้หนุ่มนี่เข้าป่าไปคนเดียวแล้วจัดการได้งั้นเหรอ?”
สวีฉางเล่อสีหน้าเรียบเฉย แบกซากหมาป่ามุ่งหน้าไปยังสำนักงานกองพล
คนที่พากันมามุงมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งชายหญิงเดินตามหลัง สายตาจับจ้องหมาป่าสีเทาตัวนั้นไม่วาง
เมื่อมาถึงลานนวดข้าวหน้าสำนักงานกองพล สวีฉางเล่อก็หยุด ก่อนออกแรงด้วยสองแขน
ปัง!
หมาป่าสีเทาหนักเกือบร้อยจินถูกเขาฟาดลงบนลานโล่งหน้าสำนักงานกองพล
หิมะแห้งบนพื้นกระจายฟุ้งไปทั่ว
หัวหมาป่าบิดเอียงไปด้านข้าง รอบเบ้าตามีแต่รูกระสุน เลือดสีดำเลอะไปทั่วใบหน้า
ฝูงชนที่มุงดูพากันสูดปาก แล้วถอยหลังไปสองก้าว
มีคนสองคนเบียดออกมาจากด้านหน้าฝูงชน เป็นสวีฉางฝูกับสวีต้าเฉียงพอดี
เดิมทีพ่อลูกคู่นี้ตั้งใจมาดูเรื่องสนุก คิดว่าสวีฉางเล่อเข้าป่าไปแล้วคงไม่มีทางกลับมา กระทั่งกระดูกก็คงถูกแทะจนเกลี้ยง
ใครจะคิดว่าสวีฉางเล่อไม่เพียงกลับมาอย่างแข็งแรง แต่ยังลากสัตว์ร้ายตัวนี้กลับมาด้วย
สวีต้าเฉียงเห็นหัวหมาป่าแล้วขาอ่อนทันที หดคอถอยกรูดไปข้างหลัง
เนื้อบนใบหน้าของสวีฉางฝูก็กระตุก ริมฝีปากสั่นระริก ตั้งนานก็พูดไม่ออกสักคำ
ปืนแก๊ปเก่าที่ไอ้เด็กนี่ถืออยู่ พลังทำลายล้างร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ?
“มามุงอะไรกันอยู่ตรงนี้? ไม่ต้องทำงานกันแล้วหรือไง!”
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
จ้าวกว่างซาน หัวหน้ากองพล สวมเสื้อหนังแกะ เบียดฝูงชนเดินเข้ามา
