หลังเรื่องวุ่นวายในวันขึ้นปีใหม่ผ่านพ้นไป กองเซี่ยโกวก็กลับมาสงบลง
ทุกวันจะได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของหวังชุ่ยฮวาดังมาจากลานบ้านหลังใหญ่
เธอมักยืนด่าทออยู่หน้าประตูบ้าน ด่าตำรวจที่จับลูกชายเธอไป ด่าพวกเพื่อนบ้านที่ไร้น้ำใจ
สมาชิกกองการผลิตเดินผ่านหน้าบ้านเธอ ต่างไม่แม้แต่จะหันไปมอง มีแต่คำดูถูกอยู่ในปาก
“ทำตัวเองทั้งนั้น ยังมีหน้ามาร้องไห้อีก ขโมยของแม้กระทั่งลูกพี่ลูกน้องแท้ ๆ ของตัวเอง”
“ต้าเฉียงนั่นปล้นคนโดยถือมีดไปด้วย ไม่โดนเป่ากระบาลก็นับว่าดวงดีแล้ว”
“สวีฉางฝูก็สมควรแล้ว ปกติตามใจตามโอ๋กันนัก ตอนนี้นอนเป็นอัมพาตอยู่บนเตียงเตา กระทั่งพลิกตัวยังต้องให้คนช่วย”
สวีฉางฝูกลายเป็นอัมพาต ร่างกายซีกหนึ่งขยับไม่ได้ น้ำลายไหลย้อยจากมุมปาก กิน ดื่ม ขับถ่าย ทุกอย่างต้องทำอยู่บนเตียงเตา
หวังชุ่ยฮวาปรนนิบัติเขาไปพลาง เช็ดน้ำตาไปพลาง ครอบครัวใหญ่ที่เคยวางอำนาจบาตรใหญ่ บัดนี้ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวออกจากประตูบ้าน
ส่วนลานบ้านหลังเล็กของสวีฉางเล่อ บริเวณรอบ ๆ หลายสิบเมตรเงียบสงบ ไม่มีใครหน้าไม่อายกล้ามาหาเรื่องอีกแล้ว
เมื่อสมาชิกกองการผลิตเห็นสวีฉางเล่อออกไปตักน้ำ ทุกคนต่างยิ้มแย้มทักทายด้วยตัวเอง ถ้อยคำเต็มไปด้วยความสุภาพ
สวีฉางเล่อเองก็ยินดีที่ได้อยู่อย่างสงบ
เขาไม่สนใจข่าวลือข้างนอกสักนิด แค่ปิดประตูรั้วแล้วใช้ชีวิตเงียบ ๆ ของตัวเอง
ในหม้อดินในครัว เนื้อไก่ป่าที่สวีฉางเล่อล่ามาถูกหั่นเป็นชิ้นใหญ่ ใส่เห็ดเฮเซลแห้งกับพุทราแดง แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนบนเตาฟืน
เมื่อเปิดฝาหม้อ เขาก็ล้วงเอาโสมป่าจากอกเสื้อ เด็ดรากฝอยออกมาสองเส้นแล้วโยนลงไปในน้ำแกง
กลิ่นหอมของเนื้อผสมกับกลิ่นสมุนไพร ลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน
“ฉางเล่อ โสมป่านี่มีค่ามาก เก็บไว้แลกเงินดีกว่า อย่าเอาใส่แกงบ่อยนักเลย”
