กินข้าวเสร็จ สวีฉางเล่อเช็ดปาก เขาหากะละมังมาใบหนึ่งแล้วเดินไปหน้าเตา ก่อนตักขี้เถ้าไม้ขึ้นมาหลายกำมือ
ตอนนั้นเซียวรั่วถังกำลังนั่งยอง ๆ ขัดหม้อเหล็กอยู่บนพื้น พอเห็นเข้าก็อดสงสัยไม่ได้
“ฉางเล่อ นายตักขี้เถ้ามาทำอะไรน่ะ?”
“เอาไว้ขจัดไขมันออกจากหนังกระต่าย”
สวีฉางเล่อวางกะละมังไม้ลงบนม้านั่งเตี้ย
“ถ้าหมักเกลืออย่างเดียว แผ่นหนังจะแห้งกรอบและแข็งง่าย ต้องเติมน้ำอุ่นกับขี้เถ้าไม้แล้วขยำให้ทั่ว แบบนี้เรียกว่าการฟอกหนังด้วยวิธีพื้นบ้าน”
เซียวรั่วถังเอาหม้อเหล็กคว่ำลงบนเตา แล้วเดินเข้ามาดู
“โห ในจุดเยาวชนปัญญาชนของเราไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย”
“ปีก่อนหัวหน้าทีมเยาวชนปัญญาชนยิงหนูเทามาได้สองตัว ถลกหนังแล้วเอาไปแขวนไว้ใต้ชายคา ไม่ถึงสามวันหนังก็แข็งแล้ว”
สวีฉางเล่อฟังแล้วหัวเราะ
“หนังหนูใครจะเอา พวกเธอทำความสะอาดคราบมันไม่หมด เอ็นเนื้อที่ติดอยู่ข้างในก็เลยเน่า”
เขาตักน้ำอุ่นจากโอ่งมาครึ่งกระบวยแล้วเทลงในกะละมัง
น้ำขี้เถ้าขุ่นคลั่ก กลายเป็นโคลนเหลว ๆ
สวีฉางเล่อหยิบหนังกระต่ายหิมะสองผืนที่ถลกไว้เมื่อตอนเช้ามาวางแผ่บนแผ่นไม้
จากนั้นเขาหยิบมีดเล็กขึ้นมา ใช้สันมีดขูดไปตามชั้นในของหนัง เมื่อคราบไขมันกับเศษเนื้อถูกขูดออก สีเดิมของหนังกระต่ายหิมะก็ค่อย ๆ เผยออกมา
จากนั้นเขาคว้าขี้เถ้าที่ผสมเป็นโคลนมาทาด้านในของหนัง
สวีฉางเล่อใช้สองมือกดหนังไว้ แล้วออกแรงขยำไปมา
ขยำ ถู ดึง ยืด
【ค่าประสบการณ์การฟอกหนัง +1】
【เรียนรู้ทักษะใหม่: การฟอกหนัง (เริ่มต้น 1/100)】
แผงสถานะกะพริบวูบ รายละเอียดการขยำหนังผุดขึ้นมาในหัว
มือของสวีฉางเล่อเริ่มคล่องขึ้น เขาใช้นิ้วจับขอบหนังแล้วดึงยืดไปตามลาย
“งานนี้ดูใช้แรงน่าดูเลยนะ”
เซียวรั่วถังยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วยื่นผ้ามาให้
“ให้ฉันช่วยขยำสักพักไหม?”
