ถ้อยคำนี้พูดโดนใจเข้าอย่างจัง ผู้มีอำนาจเกือบทุกคนพยักหน้ารับและเสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกัน
ท่ามกลางประเด็นนี้ กระทั่งฮิกกินสันเองก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง
ตอนนี้เขาไม่ฝากความหวังใด ๆ ไว้กับอาจารย์แล้ว สิ่งมีชีวิตนอกโลกทำลายเมืองไปแล้วถึง 10 เมือง มนุษย์นับไม่ถ้วนต้องเผชิญภัยพิบัติ ด้วยความสามารถของอาจารย์นั้นย่อมมีศักยภาพพอที่จะลงมือช่วยได้อยู่แล้ว ทว่าอาจารย์กลับไม่มีท่าทีใด ๆ
และด้วยเหตุนี้เอง ฮิกกินสันจึงเลือกที่จะเดินหน้าประนีประนอมกับเซี่ยกั๋ว ภัยพิบัติครั้งนี้เป็นฝีมือเขาเองที่จุดชนวนขึ้น แม้คนที่ตายไม่ใช่ชาวประเทศต้าหยางของเขา แต่นั่นก็คือชีวิตมนุษย์เหมือนกัน!
บนใบหน้าซึ่งแก่ชราของประมุขประเทศปรากฏรอยยิ้มเล็ก ๆ เอ่ยทีละคำว่า “ทุกท่านอาจลืมเรื่องหนึ่งไป เรายังมีซูโม่!”
“ซูโม่?”
“หมายความว่ายังไง?”
“ซูโม่จะรับมือภัยพิบัตินี้ได้จริงเหรอ?”
…
ผู้มีอำนาจหลายคนเต็มไปด้วยความสงสัย พากันออกเสียงถาม
ฮิกกินสันส่งเสียงฮึดในลำคอ “เงียบ! ฟังที่ประมุขเซี่ยกั๋วพูดต่อ!”
คำพูดนี้ทำให้ผู้มีอำนาจหลายคนหน้าเสียทันที ในแววตาปรากฏความไม่พอใจขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย
ก็เป็นธรรมดา!
เพราะเขาเหล่านี้ไม่ใช่ลูกน้องของฮิกกินสันสักหน่อย เป็นถึงผู้มีอำนาจของชาติ ปกติก็ได้แต่เป็นฝ่ายตวาดคนอื่น ตอนนี้โดนฮิกกินสันตวาดต่อหน้าคนทั้งหมดแบบนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องหมั่นไส้แน่นอน
เห็นดังนั้น ประมุขจึงออกมาทำหน้าที่คนกลางปรับความเข้าใจ ยิ้มแฉ่งเอ่ยว่า “อย่าทะเลาะกันเองสิทุกท่าน ฟังผมเล่าอย่างใจเย็น ๆ”
