พื้นห้องเต็มไปด้วยกระดาษร่างคำนวณและภาพร่างนับไม่ถ้วน
เจี้ยนเยว่เหนื่อยล้าจนทรุดนั่งแผ่อยู่บนพื้น ตรงหน้ามีกระดาษแบบแปลนกองหนาเตอะ บางแผ่นยังยับยู่ยี่ ดูเก่าซอมซ่อไม่น้อย
ประตูห้องเปิดออก เหยียนจิ่วซีถือกาแฟหนึ่งแก้วเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งยอง ๆ ข้างเจี้ยนเยว่ แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย “อย่าหักโหมขนาดนี้สิ ดูแลสุขภาพด้วย ร่างกายเป็นต้นทุนที่สำคัญที่สุด เข้าใจไหม?”
“คุณเหยียน ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ”
หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายวัน เจี้ยนเยว่ก็เริ่มสนิทสนมกับเหยียนจิ่วซีมากขึ้น เธอรับกาแฟจากมืออีกฝ่ายมาดื่มอึกใหญ่ ก่อนชี้ไปยังกระดาษร่างตรงหน้าอย่างตื่นเต้น “ฉันทำเสร็จแล้วค่ะ!”
“อะไรนะ?”
เหยียนจิ่วซีชะงักด้วยความประหลาดใจ ด้วยความอยากรู้ เธอจึงหยิบกระดาษร่างที่หนาราวกับพจนานุกรมขึ้นมา พลิกดูทีละหน้า
ไม่ดูเสียยังดีกว่า ยิ่งดูก็ยิ่งตกใจ
เมื่อดูจนถึงหน้าสุดท้าย สีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมขึ้นอย่างมาก พึมพำว่า “งานเลี้ยงโลหะเหรอ? อาวุธชิ้นนี้ทรงพลังมาก!”
แม้จะเป็นอาวุธระดับต่ำ แต่เจี้ยนเยว่กลับใช้แนวคิดใหม่เอี่ยมออกแบบมันขึ้นมา และนำเสนอออกมาในรูปแบบที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
ถึงเหยียนจิ่วซีจะไม่ค่อยรู้เรื่องอาวุธนัก แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของแบบแปลนอาวุธที่อยู่ในมือ
เจี้ยนเยว่ยิ้มอย่างเขินอาย แววตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง “คุณเหยียน คำนวณได้ไหมคะ?”
พูดตามตรง เธอมั่นใจในแบบแปลนอาวุธนี้มาก แต่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาล มากกว่าอาวุธพัลส์หลายเท่า ปริมาณการคำนวณขนาดนี้ คนคนเดียวไม่มีทางทำได้
