ด้านล่างเวที กล้องจำนวนนับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่ซูโม่ ไม่ว่าใครก็ตาม ต่างก็ตั้งตารอว่าซูโม่จะแก้สถานการณ์นี้อย่างไร
บนเวที
ซูโม่สูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงเพื่อเรียบเรียงความคิดในหัวให้เข้าที่ หลังจากทบทวนทั้งหมดจนครบถ้วนแล้ว ก็ไม่พบปัญหาใดๆ จึงกดสวิตช์อุปกรณ์ควบคุมสเปกตรัม เสียงกลไกดังขึ้นทันที
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”
“เชี่ย!”
ซูโม่สบถอยู่ในใจ ด่าเงียบๆ หนึ่งที เมื่อกี้เขายังนึกว่าเป็นเสียงของระบบ เกือบจะเสียอาการไปแล้ว หลังจากตั้งสติได้ เขาก็กระแอมไอหนึ่งครั้งแล้วพูดขึ้นว่า “วัดค่าพลังงานกำแพงกั้นอวกาศของจักรวาล A และจักรวาล B โดยละเอียดถึงทศนิยมสองตำแหน่ง”
เนื่องจากต้องสร้างอุโมงค์จักรวาลที่สามารถให้ดาวเคราะห์สีครามผ่านได้ ขั้นแรกก็ต้องรู้ค่าพลังงานกำแพงกั้นอวกาศของสองจักรวาลให้ชัดเจนก่อน จากนั้นค่อยหาทางทำให้ค่าพลังงานตรงจุดที่เชื่อมต่ออุโมงค์จักรวาลกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน มีเพียงค่าพลังงานที่สอดคล้องต้องกันเท่านั้น อุโมงค์จักรวาลจึงจะคงอยู่ในสถานะที่เสถียรได้
หากค่าพลังงานกำแพงกั้นอวกาศของสองจักรวาลไม่เท่ากัน อุโมงค์จักรวาลก็จะไม่เสถียรอย่างยิ่ง ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่จะให้ดาวเคราะห์สีครามผ่านไปได้เลย เกรงว่าแค่ดาวเคราะห์สีครามเข้าสู่อุโมงค์จักรวาลก็จะพังทลายเป็นผุยผงทันที นั่นหมายถึงความล้มเหลวของเขา
เมื่อตัดสินใจจะลงมือแล้ว ซูโม่ก็จะขจัดทุกปัจจัยที่นำไปสู่ความล้มเหลว นิสัยของเขาไม่ยอมให้ตัวเองล้มเหลว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องสำเร็จให้ได้!
