“ฉัน...”
กู้เยวี่ยหน้าซีดเผือด ตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น พอเห็นความโกรธบนหน้าซูโม่แล้ว ในใจก็รู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก รีบเอ่ยถามเสียงหลงว่า “แล้วทีนี้จะเอายังไง?”
“เอายังไง?”
ในหัวซูโม่แวบความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา แต่สุดท้ายสติก็ชนะ เขายังมีเหยียนจิ่วซี ยังมีแม่ จะทำแบบนั้นเด็ดขาดไม่ได้!
แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้น สถานการณ์ก็จะควบคุมไม่ได้ในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้วนะ!
“ซูโม่ เกิดอะไรขึ้น?”
ท่านเฉินพอเห็นเรื่องวุ่นวายในหุบเขา ก็วิ่งนำหน้าเข้ามาทันที ข้างหลังเขาเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ใคร ๆ ก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ตัวดันอนุภาคมุมล่างซ้ายด้านหลังติดตั้งไม่แน่น!” ซูโม่พูดประโยคนี้ด้วยสีหน้าย่ำแย่ สมองกำลังคำนวณอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาอยากรู้ว่าเหลือเวลาอีกนานเท่าไหร่
จางเสวี่ยที่อยู่ในฝูงชนพอได้ยินประโยคนี้ ก็ทรุดตัวลงกับพื้นไปเลย เหมือนคนไร้วิญญาณ นัยน์ตาเหม่อมองพื้นที่กักกันกลางอากาศ ปากก็พึมพำไม่หยุดว่า “ฉันเป็นคนบาป...”
กู้เยวี่ยเองก็อยากถามจางเสวี่ยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่พอเห็นท่าทางของเธอก็พอเดาได้คร่าว ๆ ความคิดที่จะถามก็หายวับไปในทันที ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาจับผิดเรื่องนั้น เพราะ... ไม่มีเวลาแล้ว!
“มีวิธีไหม?”
ท่านเฉินกับกู้เยวี่ยถามขึ้นพร้อมกัน สายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่ซูโม่ เมื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้ ใคร ๆ ก็ช็อคไปหมด
