ทั้งสองคนซบกันอยู่แบบนี้เกือบหนึ่งชั่วโมง ซูโม่เข้าสู่ภวังค์ประหลาดสุดจะบรรยาย ทันใดนั้นในสมองก็เหมือนระเบิดเปรี้ยง ‘ตูม’ เดียวลุกพรวดขึ้นมา ใช้มือบีบแก้มเนียนของเหยียนจิ่วซีเบา ๆ พลางยิ้มบาง ๆ “เสี่ยวซี เธอกลับมหา’ลัยก่อนเถอะ ฉันต้องลุยงานต่อแล้ว”
“นายยุ่งไปเลย ไม่ต้องห่วงฉัน”
เหยียนจิ่วซียิ้มกว้าง เห็นท่าทางของเสี่ยวโม่ของเธอแบบนี้ แล้วจะให้เธอกลับไปทั้งที่ยังกังวลได้ยังไง ระหว่างทางมาเธอขอลาหลิวเฟิ่งไว้แล้วเรียบร้อย
บังเอิญว่าช่วงนี้ มหา’ลัยชิงหัวเพิ่งเปิดสองสาขาใหม่ คือ วิทยาศาสตร์วิจัย และคณิตศาสตร์ ส่วนเหยียนจิ่วซีก็เขียนใบคำร้องขอย้ายไปภาควิชาคณิตศาสตร์แล้ว เพราะฉะนั้น จะไปเรียนคณะภาษาต่างประเทศหรือไม่ ก็แทบไม่มีผลอะไร
ถามว่าทำไมถึงย้ายไปภาควิชาคณิตศาสตร์?
เหตุผลมีเพียงหนึ่งเดียว แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะซูโม่!
เหยียนจิ่วซีเองก็ไม่ใช่คนชอบคณิตศาสตร์นัก แต่ใครใช้ให้ซูโม่เป็นนักคณิตศาสตร์ระดับห้าล่ะ ในฐานะแฟนของซูโม่ เธอหวังว่าจะได้สู้ไปด้วยกันเคียงบ่าเคียงไหล่กับซูโม่ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของเขาลงบ้าง
“เสี่ยวซี ขอบใจมากนะ คราวนี้เธอช่วยฉันได้เยอะเลย”
ซูโม่ตื่นเต้นดีใจคว้าตัวเหยียนจิ่วซีมากอดแน่น ‘จุ๊บ’ แก้มหนึ่งที แล้วหันกลับไปนั่งหน้าเครื่อง ใบหน้าเจือความตื่นเต้นเล็กน้อย เขาไม่ได้ยืนกรานให้เหยียนจิ่วซีกลับมหา’ลัย เพราะรู้ดีว่าสาวคนนี้มีนิสัยยังไง อย่ามองว่าเธอคุยง่าย แต่จริงๆ แล้วหัวรั้นจะตาย อะไรที่เจ้าหล่อนตัดสินใจแล้ว ต่อให้เกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่ฟัง
เมื่อเป็นแบบนี้ ก็อยู่ด้วยกันนี่แหละ!
“ขอบฉัน?”
เหยียนจิ่วซีโดนหอมแก้มซะงงเป็นไก่ตาแตก มองซูโม่ที่อยู่หน้าเครื่อง ไม่รู้ว่าไอ้ที่อยู่ ๆ เขามาขอบคุณมันหมายความว่าไง พึมพำเบา ๆ ว่า “ดี ๆ มาขอบคุณฉันทำไมกัน?”
