หนึ่งทุ่มตรง
กินข้าวเสร็จ คุณนายทั้งสองก็พากันกลับห้องนอน
ในห้องนั่งเล่นเหลือเพียงซูโม่กับเหยียนจิ่วซีสองคน
ซูโม่กอดมือถือเหม่อลอย ส่วนเหยียนจิ่วซีเก็บกวาดจานชาม ราวกับภรรยาผู้แสนดี
เก็บเสร็จแล้ว เหยียนจิ่วซีมานั่งข้างซูโม่ ซบศีรษะลงบนไหล่เขา พึมพำเบา ๆ ว่า “เสี่ยวโม่ เรามีลูกกันเถอะนะ”
ซูโม่ได้สติ ก้มมองใบหน้างามดั่งภาพฝันบนบ่าตัวเอง พลางเอ่ยเสียงอ่อนโยน “สาวเอ๊ย อย่าเพิ่งกดดันตัวเองขนาดนั้นเลย ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก เลิกฟุ้งซ่านเถอะ”
“ฉันไม่ได้ฟุ้งซ่านนะ”
เหยียนจิ่วซียืดตัวนั่งตรง ใบหน้าเล็กเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง “เสี่ยวโม่ นี่มันคือ...”
“เสี่ยวซี!”
ซูโม่รีบขัดขึ้นมา “คุณแม่ผมเหลือเวลาแค่สามเดือน แต่การมีลูกต้องใช้เวลาอุ้มท้องตั้งสิบเดือน ไม่ทันหรอก”
“ถึงไม่ทัน อย่างน้อยคุณน้าก็ยังได้เห็นฉันท้องนะ!” น้ำเสียงของเหยียนจิ่วซีหนักแน่นมาก
“ในหัวแก่นี่คิดอะไรอยู่กันนะ”
ซูโม่ยิ้มบาง ใช้มือขวาโอบดึงเหยียนจิ่วซีเข้ามา ก่อนกระซิบข้างหูเธอว่า “ผมจะรักษาโรคของคุณแม่ให้หาย ถ้าไม่มีวิธี ผมก็จะสร้างวิธีขึ้นมาเอง!”
“มันเป็นไปได้จริง ๆ เหรอ” เหยียนจิ่วซีถามเสียงนุ่ม
ก็มะเร็งตับระยะสุดท้ายนี่นา!
ถ้าระยะต้นหรือระยะกลางยังพอมีหวังรักษาให้หาย
แต่พอลุกลามถึงระยะสุดท้ายแล้ว ด้วยระดับการแพทย์ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการตัดสินประหารชีวิตกลาย ๆ!
