ติงเหวยอยู่ในวงการจิวเวลรีมานานหลายปี ย่อมรู้ดีว่าหยกที่ไม่มีรอยร้าวนั้นหายากเพียงใด
พูดได้เต็มปากเลยว่า หยกเนื้อแก้วน้ำแข็งลอยฟ้าครามไร้ร้าวก้อนโตขนาดนี้ มูลค่าโดยรวมของมันทวีคูณขึ้นไปอีกเท่าตัวเลยทีเดียว
การไม่มีรอยร้าวหมายความว่า หยกก้อนนี้สามารถนำไปทำเครื่องประดับได้ทั้งก้อน โดยไม่ต้องเสียเศษเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น ครั้งนี้ติงเหวยจึงเสนอราคาสูงขึ้นจากครั้งก่อนถึงห้าร้อยล้านหยวน!
หยกชั้นยอดก้อนนี้ ติงเหวยหมายมั่นจะต้องได้มาครอง
ราคาหนึ่งพันห้าร้อยล้าน สร้างความตะลึงให้กับทุกคนที่มุงดูอยู่
“เหี้ยยย! เปิดมาก็พันห้าร้อยล้านเลย? นี่มัน...”
“สมเป็นคุณติง ราคานี้ทำเอาคู่แข่งล่าถอยไปหลายรายเลย”
“หยกก้อนนี้มันสุดยอดจริงๆ เมื่อกี้ฉันเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ทั้งก้อนไม่มีรอยร้าวเลยสักนิด พันห้าร้อยล้านคงยากจะได้”
“เฮ้อ... หนุ่มคนนี้มันจะพลิกฟ้าชะตากลับแล้วนะ!”
……
ราคาที่ติงเหวยเสนอ ทำให้พ่อค้าหยกหลายคนหน้าถอดสี เพราะราคานี้พวกเขาไม่สามารถตามสู้ได้เลย
อย่างไรก็ตาม ยังมีพ่อค้าหยกอีกสี่ห้าคนที่เข้าร่วมประมูล
“ฉันให้พันห้าร้อยสิบล้าน!”
“พันห้าร้อยยี่สิบล้าน!”
“พันห้าร้อยห้าสิบล้าน!”
……
……
“พันหกร้อยล้าน!”
เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ราคาก็พุ่งขึ้นมาที่พันหกร้อยล้านแล้ว!
ไม่ว่าใคร ได้ยินตัวเลขนี้แล้วก็ต้องรู้สึกชาหนังศรีษะกันทั้งนั้น
หลายปีมาแล้ว ที่ไม่มีหยกชิ้นไหนทำราคาสูงลิบลิ่วได้ขนาดนี้
หลังจากมาถึงราคานี้แล้ว พ่อค้าหยกทั้งหมดต่างก็เพิ่มราคากันทีละน้อย
มีเพียงคนเดียวที่ต่างออกไป นั่นคือติงเหวยที่เสนอราคาคนแรก หลังจากฟังราคาคนอื่นๆ หมดแล้ว มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
