“ฉันว่าไม่นะ จากผลตรวจล่าสุด ระดับการทำงานของสมองอาจารย์ซูลดลงฮวบฮาบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่แย่มาก”
“ใช่แล้ว การใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นเซลล์สมองมันเสี่ยงเกินไป สมองเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุดของร่างกาย ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว ใครจะรับผิดชอบ?”
“แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ พวกคุณก็ช่วยเสนอวิธีอื่นมาสิ?”
“นั่นสิ พวกเราเสนอแผนไปพวกคุณก็ไม่เอา พอให้พวกคุณเสนอแผนบ้าง กลับเงียบกริบ อย่าลืมว่าท่านเฉินสั่งเด็ดขาดนะ เรามีเวลาแค่สามวัน ถ้าผ่านไปสามวันอาจารย์ซูยังไม่ฟื้นคืนสติ พวกคุณทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ ใครก็อย่าหวังจะรอดไปได้สักคน!”
บนโต๊ะประชุม ผู้เชี่ยวชาญสิบกว่าคนแบ่งออกเป็นสองฝั่ง
ฝั่งหนึ่งคือกลุ่มหัวรุนแรงที่นำโดยศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาสวี่โม่หาน เสนอให้ใช้กระแสไอออนกระตุ้นเซลล์สมองของซูโม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฟื้นคืนสติ
อีกฝั่งคือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่นำโดยศาสตราจารย์ด้านอายุรศาสตร์ปี้ช่านหรง พวกเขาเห็นว่าวิธีการรักษานั้นเสี่ยงเกินไป ขอคัดค้านไม่ใช้แผนนี้โดยเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองฝ่ายจึงโต้เถียงกันไม่จบสิ้น
สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เหยียนจิ่วซีขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่ได้มาเพื่อฟังผู้เชี่ยวชาญพวกนี้ทะเลาะกันนะ ฉับพลันก็ลุกขึ้นยืน เดินเร็ว ๆ ไปอยู่หน้าโต๊ะประชุม แล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า “อาจารย์ทุกท่าน ฉันเป็นแฟนของซูโม่ ชื่อเหยียนจิ่วซี”
ทันใดนั้น ทุกคนก็เงียบกริบ อยากดูว่าสาวน้อยคนนี้จะพูดอะไร
