“ขำจะตาย แค่คนอย่างคุณก็คิดจะมาพูดเรื่องแต่งงานกับฉันแล้วเหรอ ยังไงล่ะ เห็นฉันเคยแต่งงานมาก่อน เลยคิดว่าฉันไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องนัก ก็เลยจำใจต้องแต่งกับฉันใช่ไหม? ไม่ส่องดูตัวเองในส้วมบ้างล่ะ คุณก็แค่เด็กกำพร้าที่ฉันเก็บมา ต่อให้มาถือรองเท้าให้ฉันก็ยังไม่คู่ควรเลย”
หญิงสาวในชุดกี่เพ้าผู้มีรูปโฉมงดงามยืนกอดอก พูดจาถากถางชายตรงหน้าอย่างไร้เยื่อใย
พูดจบ เธอก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
ทว่าในวินาทีต่อมา…
หญิงสาวที่เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกลกลับลื่นล้ม ตกลงไปในแม่น้ำ
เธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่นาน แต่น่าเสียดายที่รอบ ๆ ไม่มีใครเดินผ่าน จึงไม่มีใครช่วย ไม่นานนักหญิงสาวก็แน่นิ่ง ค่อย ๆ จมลงสู่ก้นแม่น้ำ
“ฮือ ๆ ลูกสาวแม่เอ๊ย ลูกบอกว่าไม่อยากไปอยู่กับกองทัพก็ไม่ต้องไป พ่อกับแม่ไม่ได้จะบังคับลูกสักหน่อย”
เสียงสะอึกสะอื้นดังอยู่ข้างหู รบกวนจนเฉียวเหมยลี่หงุดหงิด
ขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกแปลกใจ ตัวเองเป็นสาวสวยรวยเก่งยุคปัจจุบัน มีเงินในบัญชีธนาคารถึงเก้าหลัก แค่ไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำ ทำไมถึงมีเสียงดังขนาดนี้?
หรือมีคนจมน้ำตายในสระว่ายน้ำ?
อะไรคือไปอยู่กับกองทัพไม่ไปอยู่กับกองทัพกัน…
พอคิดถึงตรงนี้ เธอก็ออกแรงลืมตาขึ้น
สิ่งที่เห็นคือบ้านเก่าแก่ หลังคาแบบโบราณ มีขื่อคานกลมหนาอยู่เหนือศีรษะ ส่วนข้างเตียงมีหญิงงามวัยกลางคนในชุดกี่เพ้านั่งอยู่ มือถือผ้าเช็ดหน้า กำลังสะอึกสะอื้นร้องไห้
ไม่ใช่สิ!
เธอแค่ไปว่ายน้ำเองไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เธอว่ายมาโผล่ที่ไหนกัน?
“เอ๊ะ เหมยลี่ ลูกฟื้นแล้ว!” หญิงงามวัยกลางคนเพิ่งใช้ผ้าเช็ดน้ำตา พอเหลือบมาเห็นลูกสาวฟื้นขึ้นมาก็ลุกพรวดด้วยความตื่นเต้น
เฉียวเหมยลี่กะพริบตา แล้วนวดขมับที่ปวดตุบ ๆ สัญชาตญาณบอกว่าเธอต้องเจอเรื่องเข้าให้แล้ว แต่ตอนนี้ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
เธอจึงกะพริบตาอีกครั้ง จากนั้นก็หลับตาลงแล้ว “สลบ” ไปอีกหน
หญิงงามวัยกลางคนเห็นลูกสาวหมดสติอีกครั้งก็หน้าถอดสี ร้องเรียกว่าท่าไม่ดีแล้ว ก่อนวิ่งออกไปข้างนอก
ในที่สุดข้างหูก็เงียบเสียที
เฉียวเหมยลี่นอนตัวตรงเป๊ะ เธอสงสัยว่าตัวเองคงตามกระแสทะลุมิติมาเข้าแล้ว แต่ชีวิตในยุคปัจจุบันก็ดีอยู่แล้ว เงินในบัญชีธนาคารก็ใช้ไม่หมด เธอไม่ได้คิดสั้นอยากทะลุมิติมาสักหน่อย
แล้วนี่มันที่ไหนกันล่ะ
เธอไม่กล้าลืมตา ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงภาพลวงตา
แต่ความทรงจำที่มาช้าในสมองกลับหลั่งไหลเข้ามา เตือนเธออย่างไร้ความปรานีว่าเธอทะลุมิติมาจริง ๆ!
แถมยังทะลุเข้ามาอยู่ในนิยายยุคหนึ่ง กลายเป็นตัวละครหญิงในดวงใจผู้มีหน้าตาสะสวยแต่ไร้สมอง
ในนิยาย บ้านของเฉียวเหมยลี่เป็นตระกูลเจ้าที่ดินผู้มั่งคั่ง บรรพบุรุษร่ำรวย แต่คนทั้งบ้านกลับไม่มีใครมีสมอง ผู้ชายในบ้านเอาแต่หยอกแมวพาหมาเดินเล่น ส่วนผู้หญิงก็เป็นแค่แจกันประดับบ้าน
ส่วนเธอนั้นเป็นแจกันชั้นยอดในบรรดาแจกันทั้งหลาย สวยเป็นพิเศษ
พระเอกในนิยายชื่อจูฮุย เป็นเด็กกำพร้าที่เฉียวเหมยลี่เก็บกลับมา เพราะโชคชะตาอันพิเศษระหว่างทั้งคู่ จูฮุยจึงชอบเธอมาตลอด
แต่ตัวเฉียวเหมยลี่คนเดิมไม่ได้ชอบเขา พออายุยี่สิบปี เฒ่าเฉียวก็เป็นคนจัดการให้เธอแต่งงานกับเซียวเหิง
เซียวเหิงเป็นทหาร รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ส่วนเฉียวเหมยลี่คนเดิมเป็นคนตื้นเขิน แค่เห็นหน้าตาหล่อ ๆ ของอีกฝ่ายก็หลงใหลตั้งแต่แรกเห็น
หลังแต่งงาน เฉียวเหมยลี่พักอยู่บ้านตัวเองมาตลอดครึ่งปี จึงไม่มีเรื่องอะไรกระทบกระทั่งกัน
จนกระทั่งเธอย้ายไปอยู่กับกองทัพ ปัญหาก็ประดังเข้ามาไม่หยุด
เฉียวเหมยลี่เคยชินกับการเป็นคนไร้ประโยชน์อยู่ที่บ้าน พอย้ายไปอยู่ในค่ายทหารก็ไม่เหมือนเดิม ที่ตั้งค่ายทหารอยู่บนเขา สภาพความเป็นอยู่ลำบาก ทั้งยังไม่มีใครจ้างมาช่วยงาน ต่อให้ไม่ต้องไปทำงาน งานบ้านก็ยังต้องทำเอง
เฉียวเหมยลี่ทำไม่เป็น ทั้งไม่อยากทำและไม่คิดจะเรียนรู้ เธอกินข้าวที่โรงอาหาร ไม่อย่างนั้นก็รอให้เซียวเหิงกลับมาทำให้
งานทำความสะอาดบ้านก็ไม่ทำ เสื้อผ้าก็ไม่ซัก เอาแต่รอเซียวเหิงกลับจากการฝึก
แค่ตัวเองไม่ทำอะไรเลยยังไม่พอ เธอยังจู้จี้จับผิดเพื่อนบ้านที่อยู่ในบ้านพักครอบครัวทหารอีกด้วย
ไม่ก็หาว่าคนนี้ไม่อาบน้ำ ไม่ก็หาว่าคนนั้นผมสกปรก พอมีคนเอาของกินมาให้ เธอก็บอกว่าอาหารที่อีกฝ่ายทำเหมือนอาหารหมู
ไม่กี่เดือนผ่านไป เธอก็กลายเป็นตัวเสนียดของบ้านพักครอบครัวทหารไปเสียแล้ว
อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เฉียวเหมยลี่เองก็ไม่มีความสุข ยิ่งมองเซียวเหิงก็ยิ่งขัดหูขัดตา
ความขัดแย้งค่อย ๆ สะสม จนกระทั่งถึงจุดแตกหักหลังจากให้กำเนิดลูกชายชื่อเจาเจา เธอยังดูแลตัวเองไม่ไหว แล้วจะไปดูแลทารกได้อย่างไร
มีครั้งหนึ่งเธอหนีไปกินมื้อใหญ่ที่ร้านอาหารของรัฐในตัวเมือง ทิ้งเจาเจาไว้ที่บ้านตามลำพัง เด็กน้อยตกจากเตียงจนหัวแตก เลือดไหลนองไปหมด
ถ้าเซียวเหิงไม่ได้กลับมาก่อนเวลาแล้วพบเข้า ชีวิตของเจาเจาคงไม่รอด
ครั้งนั้นเซียวเหิงที่ปกติสุขุมและใจเย็น ดุด่าเฉียวเหมยลี่อย่างรุนแรง หลังจากนั้นก็ส่งเจาเจาไปเลี้ยงที่บ้านเกิดของตัวเอง
เฉียวเหมยลี่รู้สึกน้อยใจ จึงกลับบ้านตัวเองด้วยความโมโห แล้วอยู่ที่นั่นยาวนานเกือบสามปี
ระหว่างนั้นเซียวเหิงยังส่งเงินเดือนให้เธอเดือนละ 30 หยวนเป็นค่าใช้จ่าย เฉียวเหมยลี่รับเงินทุกเดือนไม่เคยขาด แต่ก็ไม่ยอมไปอยู่ที่ค่ายทหาร ส่วนเจาเจาที่เป็นลูกชาย เธอก็ไม่เคยไปเยี่ยมอีกเลย
เซียวเหิงคงผิดหวังในตัวเธอมาก จึงไม่ติดต่อหาเธออีก
มีเพียงคุณย่าเซียวที่คอยช่วยไกล่เกลี่ย ครั้งนี้ก็ส่งโทรเลขมาถามเฉียวเหมยลี่อีกว่าเมื่อไรจะไปที่ค่ายทหาร
แน่นอนว่า ตามเนื้อเรื่องในนิยาย ตัวละครเดิมไม่ได้กลับไปที่ค่ายทหาร แต่เลือกหย่ากับเซียวเหิง เพราะเธอทนความลำบากในค่ายทหารไม่ไหว
หย่ากันแล้ว บ้านตระกูลเฉียวก็เริ่มโชคร้าย ก่อนอื่นพี่ชายของเธอถูกจับเพราะไปลวนลามหญิงสาวผู้มีความรู้ที่ลงชนบท จากนั้นทรัพย์สินเงินทองในบ้านก็ถูกยึดจนหมด พอไม่มีเงิน ทั้งบ้านก็แทบจะประทังชีวิตไม่ไหว
แต่ในช่วงเวลานั้นเอง พ่อแม่แท้ ๆ ของจูฮุย เด็กกำพร้าที่เฉียวเหมยลี่เก็บมา ก็พบตัวเขาเข้า ที่แท้เขาเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง
พอตัวละครเดิมรู้เรื่องนี้ก็เสียใจภายหลัง เธอหน้าด้านไปหาจูฮุย บอกว่ายินดีแต่งงานกับเขา สร้างเรื่องวุ่นวายสารพัดจนจูฮุยโมโห สุดท้ายเธอผลาญแม้กระทั่งบุญคุณที่ช่วยชีวิตกันไว้ ระหว่างทางกลับบ้านเกิดอย่างหมดสภาพ เธอก็ถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไปขายในเขตภูเขาห่างไกล ระหว่างหลบหนีเธอตกจากเขา จบชีวิตอันแสนสั้นและโง่เขลาลง
พอรับรู้เนื้อเรื่องทั้งหมด เฉียวเหมยลี่ก็แทบจะชาไปทั้งตัว
ตัวละครหญิงในดวงใจบ้าบออะไรกัน เธอมีทั้งสามีทั้งลูกแล้วชัด ๆ…
เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก ไม่นานชายในชุดเสื้อยาวก็เดินเข้ามา เขาคือพ่อของเจ้าของร่าง เฉียวว่านชิง แม้อายุเกินห้าสิบแล้ว รูปร่างจะเริ่มท้วมขึ้นบ้าง แต่ความเจ้าชู้มีเสน่ห์ก็ยังไม่แพ้สมัยหนุ่ม
“ลูกสาว พ่อไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลูกถึงคิดสั้นกระโดดน้ำ พ่อไม่ได้จะไล่ลูกไปไหนนะ ลูกไม่อยากไปอยู่กับกองทัพก็ไม่ต้องไปหรอก แค่คุณย่าบ้านเซียวพูดมากเหลือเกิน ทั้งโทรศัพท์ ทั้งโทรเลข ทั้งเขียนจดหมาย พ่อรำคาญจนปวดหัว เมื่อกี้พ่อก็ลองคิดดูอย่างจริงจังแล้ว ถ้าลูกไม่อยากใช้ชีวิตกับเซียวเหิงจริง ๆ ก็หย่ากันไปเลย แบบนี้บ้านเซียวจะได้ไม่มีเหตุผลมาวุ่นวายกับลูกอีก”
เฉียวเหมยลี่มองพ่อเฉียวที่ดูเหมือนของเก่าโบราณ แล้วนึกถึงจุดจบของตระกูลเฉียวในนิยาย เงินหมด บ้านแตก พ่อเฉียวรู้สึกผิดต่อบรรพบุรุษ จึงใช้เชือกแขวนคอตาย
ส่วนคนในตระกูลเฉียวที่รอดชีวิตจนถึงท้ายที่สุด มีเพียงลูกสาวฝาแฝดของพี่ชายกับพี่สะใภ้เธอเท่านั้น
สมกับคำพูดที่ว่า อยู่ให้ห่างจากพระนางที่สติแตกเข้าไว้ ใครเข้าใกล้ก็ซวยทั้งนั้น ใครอยากเป็นตัวละครหญิงในดวงใจก็เชิญ เธอไม่สนใจหรอก
เฉียวเหมยลี่ด่าคนเขียนนิยายในใจไปเป็นหมื่นรอบ พอมองพ่อเฉียวในตอนนี้ เธอก็ตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “ไม่หย่า หนูไม่หย่าเด็ดขาด”
พูดถึงการแต่งงานของตัวละครเดิม ก็ต้องยกความดีให้เฒ่าเฉียว เพราะเมื่อก่อนตระกูลเฉียวเคยมีบุญคุณกับตระกูลเซียว เซียวเหิงถึงได้แต่งกับตัวละครเดิม ไม่อย่างนั้น ด้วยคุณสมบัติของเซียวเหิง ทั้งปู่ที่เป็นทหารผ่านศึกและภูมิหลังที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งตัวเขาเองก็โดดเด่นขนาดนั้น สาวสวยไร้สมองอย่างตัวละครเดิมจะคู่ควรกับเขาหรือเปล่าก็ยังไม่แน่เลย
