รถที่ถังเจ๋อกับเฮ่อชงขับมาไม่ใช่รถจี๊ปทหาร แต่เป็นรถบรรทุกเล็กแบบกึ่งพ่วง
ผู้ชายสองคนนั่งด้านหน้า ส่วนถังซิน ซูเหมียน และเด็กสองคนอยู่บนกระบะเหล็กด้านหลัง
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะด้านหลังเป็นรถเปิดโล่ง ช่วยเลี่ยงอาการเมารถได้
เพื่อรีบกลับหน่วยทหารให้เร็วขึ้น ถังเจ๋อกับพวกถึงกับไม่ลงจากรถระหว่างทางเพื่อแวะกินข้าว เพียงจอดซื้อซาลาเปาสองสามลูกจากร้านข้างทางมากินรองท้อง
ทั้งคู่ยังซื้อซาลาเปามาให้ซูเหมียนกับลูก ๆ อีกสองสามลูก แบ่งกันกินด้วย
แม่ลูกสามคนนี้ดูน่าสงสารจริง ๆ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซูเหมียนตัวอวบอ้วน แถมพาเด็กผอมแห้งสองคนมาด้วยหรือเปล่า ภาพแม่ลูกสามคนอยู่ด้วยกันแบบนี้ยิ่งชวนให้รู้สึกเวทนา
พอเห็นพวกเขายื่นซาลาเปาให้ ซูเหมียนก็รีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเรามีของกินอยู่แล้ว”
“รับไปเถอะ แค่ซาลาเปาไม่กี่ลูกเอง ไม่ได้แพงอะไร เด็กสองคนน่าจะหิวแล้วด้วย” ถังเจ๋อรีบบอก
ถังซินที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็รีบช่วยพูด “ใช่แล้วค่ะ พี่ซู ตอนอยู่บนรถไฟฉันกินหมั่นโถวกับผักดองของพี่ไปตั้งเยอะ พวกพี่กินซาลาเปาของพี่ชายฉันสักสองสามลูกไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
พอถังเจ๋อได้ยินน้องสาวพูดแบบนั้น สีหน้าก็มืดครึ้มลงทันที
“เขาลำบากขนาดนั้นอยู่แล้ว เธอยังไปกินของเขาอีก”
ถังซินก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะพูดว่า “ไม่ใช่นะคะ... คือของที่พี่ซูทำอร่อยจริง ๆ นี่นา...”
ถังเจ๋อพูดไม่ออกกับน้องสาวตัวแสบของตัวเอง
ที่ถังซินลงจากรถไฟปุ๊บก็เห็นถังเจ๋อปั๊บ เป็นเพราะถังเจ๋อรู้จักนิสัยน้องสาวตัวเองดี กลัวว่าถ้ามาช้าไปก้าวเดียว น้องสาวคนนี้จะถูกคนอื่นหลอกไปเสียก่อน
