ถังเจ๋อเป็นคนแรกที่ได้สติ เขาขมวดคิ้วแน่นแล้วพูดกับซูเหมียนตรง ๆ ว่า “สหายซู ผมเสี่ยงมากนะกว่าจะตัดสินใจให้คุณนั่งรถของพวกเรามาที่หน่วยทหาร คุณจะมาใส่ร้ายผมแบบนี้ไม่ได้!”
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นชายหญิงต่างกัน ถังเจ๋อคงพุ่งเข้าไปปิดปากซูเหมียน ไม่ให้เธอพูดอะไรส่งเดชแล้ว
ลองฟังดูสิว่าซูเหมียนพูดอะไรออกมา นี่เธอกำลังจะบอกว่าพ่อของลูกเธอก็คือผู้บังคับบัญชาฟู่อย่างนั้นหรือ?
ชื่อฟู่เยี่ยนชิงเป็นชื่อที่ไม่มีใครในหน่วยทหารกล้าเรียกตรง ๆ ทุกคนต่างเรียกเขาว่าผู้บังคับบัญชาฟู่
ดังนั้นเมื่อได้ยินซูเหมียนเอ่ยชื่อฟู่เยี่ยนชิง เหล่าทหารที่อยู่ตรงนั้นจึงพากันตกใจ
ซูเหมียนหันไปมองถังเจ๋อ อีกฝ่ายเป็นพี่ชายของถังซิน เธอจะไปใส่ร้ายเขาได้ยังไงกัน
“ฉันไม่ได้คิดจะใส่ร้ายพวกคุณสักหน่อย ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ? ระหว่างทางน้องถังดูแลพวกเราดีมาก พวกคุณเองก็ยอมพาพวกเรามาที่หน่วยทหาร ฉันยังขอบคุณไม่ทันเลย จะไปใส่ร้ายพวกคุณได้ยังไง?” ซูเหมียนรีบอธิบายด้วยท่าทีร้อนใจ
ถังซินทนไม่ไหว จึงรีบช่วยซูเหมียนอธิบายว่า “ใช่ค่ะ พี่ซูเป็นคนดี พี่อย่าดุเธอสิ”
ถังเจ๋อแทบจะกระอักเลือด น้องสาวตัวเองนี่เหลือเกินจริง ๆ สงสัยต่อให้ถูกคนขายยังช่วยเขานับเงินด้วยซ้ำ
“หุบปาก!” เขาตวาดใส่ถังซิน
จากนั้นก็หันมามองซูเหมียนแล้วพูดว่า “หน่วยทหารเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามใครมาล่วงเกิน เพราะฉะนั้นคุณอย่าพูดอะไรส่งเดช และยิ่งห้ามโกหก!”
คำพูดนี้แฝงนัยชัดเจน ซูเหมียนไม่เข้าใจเลยว่าแค่พูดชื่อคนคนหนึ่ง ทำไมถึงกลายเป็นพูดส่งเดชไปได้
เว้นเสียแต่ว่า—
พ่อของลูกเธอจะมีฐานะไม่ธรรมดา!
จริงสิ ในนิยายตอนแรกบอกไว้เพียงสั้น ๆ ว่าพ่อของลูกเป็นทหารที่มีชาติตระกูลและภูมิหลังดี ส่วนอื่นไม่ได้บรรยายไว้มากนัก
