จางซูเฟินเป็นคนพูดเก่ง พอเห็นซูเหมียนก็ยังคุยกับเธอได้อย่างออกรสออกชาติ
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซูเหมียน” ซูเหมียนยิ้มพลางแนะนำตัว
“น้องซูใช่ไหม พี่อยู่บ้านหลังขวามือที่ติดกับบ้านเธอนี่เอง เพิ่งย้ายมาบ้านพักครอบครัวทหาร ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามพี่ได้”
ซูเหมียนพยักหน้า ยิ้มตอบ “ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“ดูสิ เกรงใจอะไรกัน ว่าแต่พวกเธอจะไปไหนเหรอ?”
“ฉันอยากทำกับข้าวกินเองที่บ้านค่ะ แต่ที่บ้านยังไม่มีข้าวกับแป้ง เลยว่าจะไปร้านสวัสดิการเพื่อแลกมาสักหน่อย”
พอได้ยินเช่นนั้น จางซูเฟินก็ยิ้ม ก่อนชี้ทางให้ซูเหมียน “เดินตรงไปทางนี้เรื่อย ๆ พอใกล้ถึงค่ายทหารก็จะเห็นร้านสวัสดิการแล้ว ไม่ไกลหรอก”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
พอซูเหมียนเดินลับไป รอยยิ้มบนใบหน้าจางซูเฟินก็จางหายไปทันที
ตอนนั้นเอง ภรรยาทหารคนหนึ่งที่มาหาจางซูเฟินเพื่อคุยเรื่องสัพเพเหระก็เดินเข้ามาข้าง ๆ แล้วถามยิ้ม ๆ “พี่จางได้คุยกับภรรยาท่านผู้การฟู่แล้วเหรอคะ?”
จางซูเฟินมองผู้มาใหม่ ที่แท้ก็เป็นหลิวกุ้ยหลาน ภรรยาของผู้บังคับกองพันอู๋ ซึ่งสนิทกับเธอไม่น้อย
เธอส่ายหน้าไปพลางพูดไปพลาง “ผู้หญิงแบบนี้ก็ยังไม่รู้ว่าไปใช้มารยาอะไรจับท่านผู้การฟู่ได้ น้องสาวแท้ ๆ ของฉันกับลูกพี่ลูกน้องของเธอ ยังดีกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นร้อยเท่า”
“คนเขามีฝีมือไงคะ” หลิวกุ้ยหลานพูดเสียงเจือความริษยา
รูปร่างหน้าตาของซูเหมียนเป็นอย่างไรใคร ๆ ก็เห็นอยู่ แต่เธอกลับได้แต่งงานกับนายทหารที่เป็นที่หมายปองที่สุดในบ้านพักครอบครัวทหาร เรื่องนี้ชวนให้คนอิจฉาจริง ๆ
ใครจะรู้ว่าตอนนั้นมีคนไปทาบทามให้ฟู่เยี่ยนชิงมากมายจนแทบเหยียบธรณีประตูพัง
