ลู่เจิงก้มหน้า เงียบงันไป
ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ แม้แต่ตัวลู่เจิงเองก็ยังอธิบายไม่ได้
เห็นท่าทีเช่นนั้น เฉินจืออี้ก็อดหัวเราะเยาะออกมาไม่ได้
“ลู่เจิง คุณนี่น่าขำจริง ๆ ตอนนั้นคุณยังลังเลไม่เด็ดขาด แต่ฉันก็ยังฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเพื่อแต่งงานกับคุณ ฉันเชื่อว่าคุณจะดีกับฉัน และหลังแต่งงานแล้วจะไม่วอกแวกอีก แต่แล้วคุณล่ะ? ตอนนี้ซูเหมียนกลายเป็นแบบนี้แล้ว คุณยัง... คุณยัง...”
เฉินจืออี้แทบไม่กล้าพูดออกมา ลู่เจิงมีรสนิยมแบบไหนกันแน่? ซูเหมียนตอนนี้ทั้งอ้วนทั้งขี้เหร่ แต่เขากลับยังตัดใจจากเธอไม่ได้
“เฉินจืออี้ หุบปาก!” ลู่เจิงทนฟังคนอื่นพูดถึงซูเหมียนในทางไม่ดีไม่ได้ จึงกัดฟันตวาดใส่เฉินจืออี้
“หึ ๆ คุณไม่อยากให้ฉันพูดถึงเธอใช่ไหม? น่าขำจริง ๆ ลู่เจิง... ฉันต่างหากที่เป็นภรรยาของคุณ ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรกันแน่...”
ลู่เจิงตอบคำถามนี้ไม่ได้ เขาทำได้เพียงมองไปทางซูเหมียน
ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ตอนนี้ซูเหมียนไม่ได้ดูดีเลย แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะมาที่ชุมชนแออัดแห่งนี้ อยากเข้าใกล้เธออีกสักนิด แม้จะไม่ได้เจอหน้าก็ตาม
ลู่เจิงคิดว่าตัวเองคงบ้าไปแล้วจริง ๆ เขาแต่งงานแล้ว ส่วนซูเหมียนก็คลอดลูกของผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้
“ลู่เจิง ถ้าคุณอยากใช้ชีวิตด้วยกันดี ๆ ต่อไปก็ห้ามมาพบซูเหมียนอีก ถ้าทำไม่ได้ เราหย่ากันเถอะ” เฉินจืออี้เอ่ยขึ้นกะทันหัน
ซูเหมียนที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้งกับคำพูดของเฉินจืออี้
