พอถูกเรียกชื่อแบบนี้ สีหน้าของสือรุ่ยก็ขมขื่น เขาคิดในใจว่าอีกสักพักจะต้องส่งแม่กลับบ้านเกิดให้ได้ จะปล่อยให้เธอมาก่อเรื่องในค่ายทหารอีกไม่ได้
“ครับ ๆ ท่านผู้การฟู่พูดถูกแล้ว...” สือรุ่ยยิ้มประจบ
พอเห็นลูกชายถูกฟู่เยี่ยนชิงกดจนไม่กล้าพูดสักคำ ยายแก่สกุลสือก็รู้สึกขัดใจ จึงเอ่ยขึ้นว่า “จะเชื่อทุกอย่างที่เด็กตัวแค่นี้พูดไม่ได้หรอกนะ? ตรงนี้ก็มีเด็กตั้งหลายคน จะรู้ได้ยังไงว่าเด็กคนนี้ไม่ได้โกหก?”
สือรุ่ยถลึงตามองแม่ตัวเอง ก่อนเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อว่า “แม่ พูดให้น้อยลงหน่อยได้ไหม?”
ที่จริงยายแก่สกุลสือก็เป็นคนรักหน้า ตอนนี้คนมุงดูเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งเธอก็อายุมากแล้ว จึงคิดว่าฟู่เยี่ยนชิงคงไม่กล้าทำอะไรเธอเพราะเห็นแก่ความเป็นผู้เฒ่าผู้แก่
เธอจึงถลึงตาใส่ลูกชายแล้วเหน็บแนมว่า “ฉันยังไม่ได้ว่าแกเลยด้วยซ้ำ เป็นลูกผู้ชายแท้ ๆ กลับปกป้องทั้งแม่ทั้งลูกตัวเองไม่ได้”
พูดจบ เธอก็หันไปมองฟู่เยี่ยนชิง “ท่านผู้การฟู่ จะเอายศทหารที่สูงกว่าลูกชายฉันมาข่มเขา แล้วใส่ความหลานรักของฉันตามใจชอบไม่ได้หรอกนะ? เรื่องนี้ยังไงก็ต้องมีหลักฐานใช่ไหม? เด็ก ๆ ตั้งเยอะอยู่ตรงนี้ ถึงคุณจะไม่อยากฟังที่หลานฉันเล่า อย่างน้อยก็ควรฟังเด็กคนอื่นบ้าง ถามเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์ดูสิว่าความจริงเป็นอย่างที่ลูกชายคุณพูดหรือเปล่า ได้ไหม?”
