ตอนฟู่เยี่ยนชิงดื่มน้ำแกงจนหมดชาม เขายังตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง
เขามองชามของตัวเองอย่างมึนงง ก่อนจะมองไปยังอ่างเหล็กที่ใส่น้ำแกงผักกาดขาว แล้วลังเลว่าจะตักอีกชามดีไหม
ซูเหมียนรู้ดีว่าน้ำพุวิญญาณมีความพิเศษอย่างไร ฟู่เยี่ยนชิงเพิ่งได้ดื่มเป็นครั้งแรก แน่นอนว่าเขาย่อมอยากดื่มต่อ
เธอจึงถามขึ้นว่า “จะให้ฉันตักให้อีกชามไหม?”
ฟู่เยี่ยนชิงพยักหน้าเบา ๆ พลางขานรับว่า “อืม” ก่อนจะพูดต่อว่า “เดี๋ยวผมตักเองก็ได้”
เห็นดังนั้น ซูเหมียนจึงไม่ได้ขยับทำอะไรอีก
ฟู่เยี่ยนชิงยังไม่ทันได้คีบกับข้าวกินด้วยซ้ำ ก็ดื่มน้ำแกงไปติด ๆ กันหลายชาม จนกระทั่งน้ำแกงผักกาดขาวที่ซูเหมียนต้มไว้หมดเกลี้ยง เขาถึงหยุดลงอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
น้ำแกงนี้เหมือนมีมนตร์สะกด ยิ่งดื่มก็ยิ่งอยากดื่ม แถมยังรู้สึกได้ว่าความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันบรรเทาลงหลังจากดื่มเข้าไป
ที่สำคัญคือ ทั้งที่ดื่มน้ำแกงเข้าไปตั้งมากมาย ฟู่เยี่ยนชิงกลับไม่รู้สึกอิ่มเลยสักนิด
“ให้ฉันตักข้าวให้ไหม?” ซูเหมียนเห็นฟู่เยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ จึงถามขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ต้อง ผมไปตักเองก็ได้” ตอบจบ ฟู่เยี่ยนชิงก็ลุกขึ้นไปตักข้าว
เด็กทั้งสองคนก็ชอบดื่มน้ำแกงมากเหมือนกัน แต่ชอบกินเนื้อมากกว่า
พอดื่มน้ำแกงที่ซูเหมียนตักให้หมดแล้ว เด็ก ๆ ก็เริ่มตักข้าวกินกับเนื้อ
“แม่ อร่อยมาก อร่อยสุด ๆ เลย!” ต้าป่าวรู้สึกว่าหมูผัดพริกหยวกจานนี้เผ็ดไปหน่อย แต่ก็อร่อยมากจริง ๆ
