ซูเหมียนคิดว่า ถึงอย่างไรก็เป็นเพื่อนบ้านกันทั้งสองบ้าน เธอไม่อยากมีเรื่องจนบาดหมางกันเกินไป
แต่ถ้าอีกฝ่ายมาหาเรื่องตำหนิเธอเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ถ้าครั้งนี้เธอยอมถอย คราวหน้าก็คงหาเรื่องสารพัดมาจงใจกลั่นแกล้งเธอได้อีก
ที่จริงแล้วจางซูเฟินไม่ชอบเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นทำขนมเค้ก เธออาจไม่พูดอะไรด้วยซ้ำ
พอคิดได้ดังนั้น ซูเหมียนก็ยิ้มก่อนเอ่ยว่า “เนื้อกับไข่ไก่ของฉันไปแลกมาจากร้านสวัสดิการ ตอนแลกก็ซื้อวัตถุดิบตามโควตาที่ค่ายทหารจำกัดไว้ในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่ไม่ประหยัดเลย ส่วนไข่ไก่ก็เก็บสะสมไว้หลายวัน ที่บ้านไม่ยอมกิน ตั้งใจเก็บไว้ทำเค้กนี่แหละ เรื่องที่ฉันพูดมาทั้งหมด พี่อวี๋ที่ร้านสวัสดิการมีบันทึกไว้ ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามเองสิ”
ประโยคเดียวทำให้สีหน้าของจางซูเฟินชะงักค้าง
แต่เธอไม่อยากเสียหน้าให้ซูเหมียน จึงฝืนใจพูดว่า “ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรฟุ่มเฟือยขนาดนี้นี่นา ไข่ไก่พวกนี้เก็บไว้ให้ผู้ชายกับเด็ก ๆ ที่บ้านบำรุงร่างกายไม่ดีกว่าหรือ เธอกลับเอาไปทำขนมเค้กอะไรนี่ ทั้งยุ่งยากทั้งสิ้นเปลือง”
ซูเหมียนยิ้มไม่ถึงดวงตา ก่อนตอบกลับว่า “จะสิ้นเปลืองได้ยังไง ทุกคนในบ้านก็กินเข้าไปทั้งนั้น ฉันยังไม่ได้ชิมสักคำเลยด้วยซ้ำ อีกอย่าง คนที่เหนื่อยก็คือฉัน ไม่ได้ให้ใครมาเหนื่อยแทนสักหน่อย พี่สะใภ้บ้านหม่า คุณว่าใช่ไหม”