“แม่จ๋า แม่จ๋า พวกเรากินได้ไหมครับ? ต้องเอาไปให้คุณน้าหมดเลยหรือเปล่า?” ต้าป่าวเอ่ยถาม
คุณน้าที่เขาพูดถึง ย่อมหมายถึงเกาฉุนเหมย
ซูเหมียนยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่ใช่จ้ะ อย่างแรกต้องให้เจ้าตัวเล็กสองคนของเรากินก่อนสิ”
คำว่า “จ้ะ” ที่ซูเหมียนพูดติดสำเนียงทางใต้เล็กน้อย ฟังนุ่มนวลหวานละมุน น่ารักเป็นพิเศษ
ฟู่เยี่ยนชิงเพิ่งสังเกตว่าสำเนียงของซูเหมียนฟังเพราะมาก
เขาก้าวเข้ามาแล้วอาสาว่า “ผมไปหยิบชามเอง”
พูดจบก็เดินไปที่ตู้เก็บชาม
ซูเหมียนมองฟู่เยี่ยนชิงแวบหนึ่ง จากนั้นก็ไปล้างมีดให้สะอาด แล้วเริ่มตัดเค้ก
เด็กทั้งสองมองเค้กสีเหลืองเนื้อนุ่มฟู พลางกลืนน้ำลายอย่างอดใจไม่ไหว
ฟู่เยี่ยนชิงหยิบชามมาวางไว้ข้างโต๊ะ ซูเหมียนก็ใส่เค้กที่ตัดไว้ลงไปทันที
“ใช้ช้อนตักกินนะ” ซูเหมียนพูดพลางสาธิตให้เด็กทั้งสองดู
“รู้แล้วครับแม่”
เด็กทั้งสองนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก ประคองชามไว้ แล้วใช้ช้อนตักเค้กกินตามซูเหมียน
รสชาตินั้น เด็ก ๆ บรรยายไม่ถูก
รู้แค่ว่านี่เป็นของอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา
เอ้อร์ป่าวไม่พูดอะไร เอาแต่กินอย่างเดียว
ส่วนต้าป่าวเป็นเด็กช่างพูด ยังหันมาบอกซูเหมียนด้วยว่า “แม่จ๋า แม่จ๋า อร่อยมากเลยครับ นี่เป็นของอร่อยที่สุดที่ผมเคยกินมาในชีวิตเลย!”
ซูเหมียนกับฟู่เยี่ยนชิงได้ยินแล้วก็ทั้งขำทั้งจนใจ
“ชีวิตลูกยังอีกยาวไกล ต่อไปยังมีของอร่อยอีกตั้งเยอะรออยู่” ฟู่เยี่ยนชิงลูบศีรษะลูกชาย แววตาเปี่ยมรอยยิ้ม