“แม่ บ้านเราโดนขโมยของหรือเปล่าคะ?”
กู้หนิงถามด้วยท่าทีจริงจัง ยกมือปิดปากไว้แต่ก็ยังปิดบังความตกใจไม่มิด
เสิ่นอิ่งหวยเอนกายพิงขอบประตูอย่างเกียจคร้าน พอได้ยินก็หัวเราะหึ
“ไม่มีโจรจากข้างนอกหรอก แต่โจรในบ้านนี่สิป้องกันยาก”
ยายเฒ่าเสิ่นที่แอบฟังอยู่ข้างนอกพลันไม่พอใจขึ้นมา
“ไอ้เด็กเวร แกพูดอะไรน่ะ? โจรในบ้านที่ไหนกัน?
คนในครอบครัวเดียวกันจะมาแบ่งแยกฉันกับแกทำไม ฉันแค่เอาโต๊ะเก่า ๆ ไปตัวเดียวแล้วมันยังไง แกจะไปแจ้งตำรวจจับฉันหรือไง?”
เสิ่นอิ่งหวยเลิกคิ้วมองเธอ “ที่แท้ของก็เป็นคุณย่าเอาไปนี่เอง
ถ้าชอบก็บอกมาตรง ๆ ให้ลุงใหญ่ทำชุดใหม่ให้ก็ได้ ทำไมต้องทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้ด้วย
ถ้าเรื่องแพร่ออกไป คนที่เสียชื่อก็คือลุงใหญ่
ถึงตอนนั้นคนในหมู่บ้านคงคิดว่าที่เขากตัญญูเป็นแค่การเสแสร้ง แม้แต่โต๊ะดี ๆ สักตัวยังไม่ยอมซื้อให้แม่ตัวเอง”
ไม่กี่ประโยคก็ว่ากระทบทั้งยายเฒ่าเสิ่นและเสิ่นลุงใหญ่ไปพร้อมกัน
แต่พวกเขากลับไม่กล้าระเบิดอารมณ์ใส่เสิ่นอิ่งหวย ได้แต่กลั้นจนหน้าแดงก่ำ อึดอัดแทบแย่
กู้หนิงหลุดหัวเราะ พี่สามของเธอช่างปากคมเสียจริง
แค่สองสามประโยคก็ทำเอาคนแก่หน้าด้านสองคนนี้เถียงไม่ออก
กู้หนิงยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว แอบชูนิ้วโป้งให้เสิ่นอิ่งหวย
เห็นแบบนั้น เสิ่นอิ่งหวยชะงักมือที่กำลังจัดแขนเสื้อ ปลายหูค่อย ๆ แดงระเรื่อ
เขาเบือนหน้าหนี หลบสายตาที่มองมาอย่างกระตือรือร้นของกู้หนิง สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากกับลมหายใจที่ค่อย ๆ หนักขึ้น กลับปิดบังความรู้สึกในใจไม่มิด
