“ไม่ต้องห่วง”
“ตอนนี้ผมเป็นแค่ภาพฉายสามมิติ”
“ไอ้ภาพฉายที่ผมต้องมายืนพูดกับอากาศหน้ากล้องล่วงหน้า ถึงจะอัดเสร็จได้เนี่ยแหละ”
ชายสวมเสื้อกาวน์สีขาวพูดพลางเงยหน้าส่งยิ้มให้เฉิงฉี เผยให้เห็นฟันเหลืองคล้ำจากควันบุหรี่
เฉิงฉีชะงักไป
เขาเข้าใจหลักการของภาพฉายสามมิติ
แต่สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจคือ นักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงเกียรติอย่างฮั่วหลินจง กลับสบถคำหยาบอยู่บ่อยครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ
“อ้อ ตัวจริงของผมก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน”
“‘ผม’ จะพาคุณไปเจอผม”
“ถือโอกาสพาเดินชมศูนย์วิจัยมิวออนด้วย”
พูดจบ
ฮั่วหลินจงพับแขนเสื้อกาวน์ขึ้น เผยให้เห็นแขนที่เต็มไปด้วยรอยสัก จากนั้นหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า สะบัดไฟแช็กซิปโป้แล้วจุดอย่างคล่องแคล่ว ก่อนสูดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ด้วยสีหน้ารื่นรมย์ แล้วค่อย ๆ เดินทอดน่อง
นักวิทยาศาสตร์แขนสักงั้นหรือ?
ท่าทางตอนสูบบุหรี่ดูเท่ก็จริง...แต่ก็เหมือนนักเลงไม่น้อย
เฉิงฉีมองภาพฉายสามมิติตรงหน้า พลางคิดว่าศาสตราจารย์ฮั่วเป็นคนมีเอกลักษณ์สุด ๆ
“อย่าถือสาเลย ตอนหนุ่ม ๆ ผมไปเรียนต่างประเทศแล้วหลงทาง ไปคลุกคลีกับพวกข้างถนนอยู่หลายปี”
ฮั่วหลินจงเดินไปพลางพูดไป “นักวิทยาศาสตร์ก็เป็นคนเหมือนกัน แถมเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้น ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้”
เฉิงฉีพยักหน้าเงียบ ๆ
“มิวออน หรือเรียกอีกชื่อว่าอนุภาคมิว”
“เป็นอนุภาคมูลฐานชนิดหนึ่ง”
“มีคุณสมบัติควอนตัมอันเป็นเอกลักษณ์ สปินเท่ากับ 1/2 การมีอยู่และพฤติกรรมของมันอธิบายได้ด้วยทฤษฎีสนามควอนตัม”
“มิวออนมีประจุลบหนึ่งหน่วย มวลนิ่งมากกว่าอิเล็กตรอน 207 เท่า หรือประมาณ 105.6 MeV/c² จะมองว่ามันเป็นอิเล็กตรอนรุ่นมวลมหาศาลก็ได้”
“เมื่อ 16 ปีก่อน ผมหลงใหลมิวออนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น”
“ตอนแรกก็เพื่อพัฒนาแหล่งพลังงานรูปแบบใหม่”
ฮั่วหลินจงคาบบุหรี่ไว้ พลันเอ่ยข้อมูลความรู้และศัพท์เฉพาะทางออกมารัว ๆ ราวกับพูดลอย ๆ
