เหอน่าถูกขนานนามว่าเป็นกุหลาบแดงแห่งยุควันสิ้นโลกมาโดยตลอด
แต่เมื่อเทียบกับร่างนั้นแล้ว เธอด้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติด ราวฟ้ากับดิน ความเปล่งประกายพลันหม่นหมองลง
ใบหน้าของหงอวิ๋นแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ริมฝีปากเคลือบสีแดงจาง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า รูปร่าง หรือแม้แต่ตัวตนของเธอ ดูราวกับไม่เข้าพวกกับโลกที่เต็มไปด้วยขยะใบนี้โดยสิ้นเชิง
“สวัสดีค่ะ พันโทหนิง”
หงอวิ๋นก้าวออกมา “อย่างที่คุณเห็น ตอนนี้โลกขาดแคลนทรัพยากร คนเก็บขยะใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก...”
“หงอวิ๋น”
ประธานหลี่ขัดบทสนทนาขึ้น “พันโทหนิงเพิ่งลงจอด พูดเรื่องพวกนี้ตอนนี้จะรีบร้อนไปหน่อยหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรครับ”
พันโทหนิงยิ้มพลางจ้องดวงตาของหงอวิ๋น “คุณหงอวิ๋น ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะมียีนระดับดี”
หงอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
พันโทหนิงก้มตัวอย่างสุภาพ แสดงความเคารพ “แม้แต่กลางทะเลทรายก็ยังมีดอกไม้ผลิบาน น่านับถือจริง ๆ”
ในจังหวะนั้นเอง
ทหารสองนายหามกล่องสีดำขนาดมหึมามาหยุดข้างพันโทหนิง
“พันโท ตามธรรมเนียมแล้ว”
“หากเราพบผู้มียีนระดับสูงตั้งแต่ระดับอีขึ้นไปในระหว่างการลาดตระเวน จำเป็นต้องตรวจยืนยันยีนครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาคู่งามของหงอวิ๋นก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
ส่วนประธานหลี่กับเหอน่าที่อยู่ข้าง ๆ ต่างสะดุ้งเล็กน้อย
