เมื่อเผชิญหน้ากับหนูขาวตัวน้อยตรงหน้า
เฉิงฉีรู้ดีว่ามันมีคุณสมบัติบางส่วนของสิ่งมีชีวิตฐานซิลิคอน
เสียงจี๊ด ๆ จากปากหนูขาวถูกยีนฐานซิลิคอนของเฉิงฉีแปลเป็นภาษาที่เขาเข้าใจได้
ระหว่างนั้น เฉิงฉีไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสื่อสาร
ดังนั้นจนถึงตอนนี้ หนูขาวจึงยังไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ
เฉิงฉีเงยหน้า หน้ากากของเกราะนักรบขีดจำกัดค่อย ๆ พลิกเปิด
รูม่านตาของเขาเริ่มเปลี่ยนไป ปรากฏลวดลายคล้ายรูปทรงเรขาคณิตเป็นริ้ว ๆ พร้อมเปล่งประกายเจิดจ้า
“ฉันไม่ใช่มนุษย์อย่างที่นายเข้าใจ”
ทันทีที่เฉิงฉีเอ่ยปาก แถบแสงสีน้ำเงินก็แผ่กระจายออกมาจากปากเขาอย่างช้า ๆ คดเคี้ยวไปมาเช่นกัน ก่อนจะไปรวมกันอยู่ภายในผลึกสีชมพูบนหัวของหนูขาว
ร่างหนูขาวชะงักไปชั่วขณะ หัวเล็ก ๆ เอียงนิดหนึ่ง
มันไม่คิดเลยว่าจะสื่อสารกับเขาได้
“จี๊ด ๆ...”
คราวนี้เสียงร้องของมันไม่มีความหมายอะไร เป็นเพียงสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต ราวกับกำลังแสดงความประหลาดใจ
“ถ้ามองจากบางแง่มุม พวกเราเป็นพวกเดียวกัน”
เฉิงฉียกมือขึ้น ชั้นเกราะนักรบขีดจำกัดค่อย ๆ ลอกหลุด เสียงผลึกกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง จากนั้นผลึกชั้นหนึ่งก็ผุดขึ้นบนฝ่ามือเขา เปล่งประกายหลากสี สอดรับกับผลึกบนหัวหนูขาว
“จี๊ด ๆ...”
ดวงตากลมดำของหนูขาวสะท้อนภาพร่างเฉิงฉี มันยิ่งประหลาดใจมากขึ้น
ตลอดเวลากว่าร้อยปีที่ต้องวิวัฒนาการอย่างโดดเดี่ยว เอาชีวิตรอดเพียงลำพัง และยกระดับการรับรู้อย่างต่อเนื่อง หนูขาวรู้สึกว่าตนแตกต่างจากโลกทั้งใบ แม้แต่ลูกหลานที่อยู่ภายนอกก็ยังต่างจากมันโดยพื้นฐาน
เมื่อมองสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ตรงหน้า หนูขาวสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ในบางระดับมันมีบางสิ่งร่วมกันกับอีกฝ่าย ทั้งยังเกิดเสียงสะท้อนจากต้นกำเนิด นี่เป็นเรื่องที่มันไม่เคยกล้าหวังมาก่อน
