โม่ฉีหลินพยักหน้า หันหน้าเข้าหาผนังหิน แล้วใช้นิ้วสุสานแคะหินขนาดเท่ากำปั้นออกมาก้อนหนึ่ง จากนั้นจึงหันกลับไปขว้างหินใส่สะพานหิน
กึก ๆ ๆ—
ก้อนหินกลิ้งไปบนสะพานหิน ส่งเสียงกระทบกังวานใส เสียงสะท้อนก้องไปทั่วโพรงขนาดมหึมา
จูเยี่ยนเยี่ยนกับอาทาจ้องสะพานหินเขม็ง เมื่อเห็นว่าก้อนหินหยุดลงหลังชนรูปสลักงูยักษ์ และสะพานหินไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งคู่ก็อดดีใจไม่ได้
“ดูเหมือนไม่มีกลไก!” อาทาพูดตาเป็นประกาย
จูเยี่ยนเยี่ยนขานรับ “สะพานหินไม่มีกลไก ไม่ได้แปลว่ารูปสลักงูยักษ์จะไม่มี ก่อนหน้านี้ทั้งสุสานของภรรยาจอมมารองค์แรกแห่งรัฐโมหลาน และสุสานของนักบวชรัฐโมหลานต่างก็มีกลไก อีกอย่าง ที่ฝังศพของจอมมารองค์แรกแห่งรัฐโมหลาน ซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดของรัฐ จะไม่มีได้อย่างไร ยังไงก็ต้องระวังไว้ก่อน”
“ไม่ต้องห่วง” อาทากระชับปืนไรเฟิลในมือ
โม่ฉีหลินไม่พูดอะไร เพียงจับปีกหมวกแล้วก้าวขึ้นสะพานหินไปก่อน
จูเยี่ยนเยี่ยนกับอาทาตามไปติด ๆ
สะพานหินยาวราว 50 เมตร กว้างพอ ๆ กับทางเดินบนหน้าผา ประมาณครึ่งเมตร ทั้งสองข้างไม่มีราวกันตก จูเยี่ยนเยี่ยนกับอาทาจึงเดินอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ กลัวว่าพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวจะตกลงไป!
ไม่นาน ทั้งสามก็มาถึงหน้ารูปสลักงูยักษ์
รูปสลักงูยักษ์ขดพันเสาหินอยู่สามรอบ ส่วนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือวงล่างสุด หรือก็คือส่วนหางของงูยักษ์
