เมื่อเห็นประกาศนี้ คนหนุ่มสาวทั่วโลกต่างตื่นตระหนก มีเพียงโม่ฉีหลิน อู๋เสีย พั่งจื่อ ผู้เข้าแข่งขันที่รอดชีวิตจากเกมรอบก่อน และบรรดาผู้สูงวัยจากประเทศต่าง ๆ เท่านั้นที่ไม่แตกตื่น พวกเขาพากันอ้อนวอนต่อฟ้า ขออย่าให้ตัวเองถูกเลือก
เพราะไม่มีใครอยากตาย!
“โอ้ ของนี่น่าสนใจแฮะ” พั่งจื่อใช้นิ้วจิ้มหน้าจอแสงตรงหน้าอย่างแปลกใจ
หน้าจอแสงไม่มีตัวตน นิ้วของพั่งจื่อทะลุผ่านไปโดยตรง ก่อให้เกิดระลอกคลื่นเป็นวง ๆ
อู๋เสียลูบคางพลางวิเคราะห์ “หน้าจอแสงนี่ดูคล้ายจอภาพเสมือนจริงที่ต่างประเทศเสนอขึ้นมาอยู่เหมือนกัน”
“จอภาพเสมือนจริงคืออะไร?” พั่งจื่อถาม
“เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงชนิดหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังอยู่แค่ในขั้นคาดเดา” อู๋เสียตอบ
“พูดถึงเทคโนโลยีขั้นสูง...” พั่งจื่อทำหน้าตื่นเต้น “เทียนเจินรู้ไหมว่าโลกนี้ก้าวหน้ากว่าโลกของเรามาก ซื้อของไม่ต้องจ่ายเงินสด ไม่ต้องรูดบัตรด้วย”
“จริงเหรอ?” อู๋เสียแปลกใจ
พั่งจื่อพยักหน้าหงึก ๆ “ก็ใช่น่ะสิ ใช้โทรศัพท์ประหลาด ๆ เครื่องใหญ่จนเอาไปฟาดหัวคนได้ซื้อของ เครื่องรูดบัตรแทบจะตกรุ่นหมดแล้ว ถ้าพี่อ้วนไม่ได้โชคดี เจอร้านขายอุปกรณ์ช่างที่ยังรูดบัตรผ่านเครื่องได้ พวกเราสามคนคงซื้ออุปกรณ์ไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“งั้นก็ดีแล้วที่ไอ้ตาบอดไม่ได้มาที่โลกนี้ ถ้ามาแล้วคงทำอะไรไม่ได้เลย ไม่ร้องไห้จนตายหรือไง?” ดวงตาอู๋เสียเป็นประกาย
พั่งจื่อหัวเราะจนตัวงอ “สมกับเป็นเทียนเจิน พอไม่ไร้เดียงสาแล้ว ก็เหลือแต่ความเจ้าเล่ห์สินะ”
ทั้งสองหัวเราะอย่างสะใจ
โม่ฉีหลินไม่สนใจบทสนทนาของพวกเขา เธอนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเหม่อลอย
ไม่นาน สามนาทีก็ผ่านไป ข้อความบนหน้าจอแสงเปลี่ยนไปด้วย
【สิ้นสุดการนับถอยหลัง การสุ่มเลือกผู้เข้าแข่งขันจากแต่ละประเทศเสร็จสิ้นแล้ว ต่อไปจะประกาศรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน】
