“ไม่ใช่!” โม่ฉีหลินสะบัดมือเขาออก ก่อนจะล้วงเชือกมัดหนึ่งจากกระเป๋าสะพายส่งให้ “ดึงพวกเขาขึ้นมา”
“จิ๊ ทำไมเธอเหมือนเทียนเจินเลยนะ อะไรก็เรียกให้ฉันทำหมด” พั่งจื่อบ่นพึมพำ แต่กลับรับเชือกมาอย่างว่าง่าย คลี่ออกแล้วหย่อนลงไปในบ่อน้ำ “จับให้แน่นล่ะ ท่านพั่งจะดึงพวกนายขึ้นมาเอง”
“ครับ ท่านพั่ง” เซี่ยชิ่งหยางกับอีกสามคนเงยหน้าตอบ
ไม่นาน พั่งจื่อกับอู๋เสียก็ช่วยกันดึงทั้งสี่คนขึ้นมา จากนั้นเดินหน้ามุ่งสู่ภูเขาหิมะต่อ
หิมะหนามาก โม่ฉีหลินกับพวกอีกหกคนจึงจมลงไปในหิมะเกือบทั้งตัว เหลือเพียงส่วนเหนืออกที่โผล่พ้นขึ้นมา จะเรียกว่าเดินก็ไม่ถูกนัก คล้ายกำลังว่ายน้ำเสียมากกว่า
สิ่งนี้เพิ่มภาระในการเดินทางให้ทั้งเจ็ดคนอย่างมาก ยิ่งเดินลึกเข้าไปในภูเขาหิมะ อากาศก็ยิ่งเบาบางลง
นอกจากโม่ฉีหลินกับพั่งจื่อแล้ว อู๋เสียและเซี่ยชิ่งหยางทั้งสี่คนต่างเริ่มมีอาการขาดออกซิเจน
เห็นใบหน้าของอู๋เสียเริ่มคล้ำอมม่วง โม่ฉีหลินก็หยุดทันที “พักก่อน”
เซี่ยชิ่งหยางกับพวกที่ตามหลังมาพอได้ยิน ก็ราวกับได้รับการอภัยโทษ พวกเขาทิ้งตัวนั่งลงบนหิมะทันที หยิบถังออกซิเจนแบบพกพาออกมาสูด
พั่งจื่อยื่นถังหนึ่งให้อู๋เสียด้วย “บอกว่าเป็นไก่อ่อนก็ยังไม่ยอมรับ กินยาเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายไปแล้วแท้ ๆ ยังขาดออกซิเจนอีก”
อู๋เสียสูดออกซิเจนไปหลายครั้ง รอจนสีหน้าดีขึ้นแล้วจึงหอบตอบว่า “ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ได้แปลว่าความจุปอดจะเพิ่มขึ้นด้วย นายคิดว่าฉันเป็นนายหรือไง คนอ้วนมีความจุปอดมากมาแต่เกิด”
