“ซี๊ด!”
อาการปวดเอวอย่างรุนแรงทำให้เฉินซานเหอสะดุ้งตื่นจากฝัน
ข้างกายเขามีใบหน้างดงามไร้ที่ติอยู่
หญิงสาวหันหน้าเข้าหาเขา คิ้วบนใบหน้าสวยงามขมวดมุ่นเล็กน้อย ดูราวกับจะตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
รูม่านตาของเฉินซานเหอหดวูบ
หลินซูหว่าน!
ภรรยาของประธานบริษัทที่เขาทำงานอยู่ หลินซูหว่าน ผู้เป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งแห่งเมืองไห่เฉิง ผู้สูงส่งอยู่เหนือผู้คนในวันปกติ!
เขานึกออกแล้ว
เมื่อวานเขาช่วยคุณนายหลินดื่มเหล้าแทนไปไม่น้อย ผลคือเมามายเดินโซซัดโซเซไปห้องน้ำ คิดไม่ถึงว่าพอออกมาจากห้องน้ำ คุณนายหลินจะดึงเขาเข้าไปในห้องพักโรงแรม
เมื่อนึกถึงความบ้าคลั่งเมื่อคืน
เลือดในกายเฉินซานเหอแทบจะแข็งตัว
“เชี่ย!”
เฉินซานเหอตกใจจนสะดุ้งโหยง กลิ้งตกจากเตียงไปทั้งคนทั้งผ้าห่ม
“ปัง!”
เฉินซานเหอกระแทกพื้นอย่างแรง ท้ายทอยยังชนเข้ากับโต๊ะข้างเตียงจนเกิดเสียงดังสนั่น
บนเตียงใหญ่
หลินซูหว่านนวดหว่างคิ้ว ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ชุดนอนผ้าไหมไหลลงจากหัวไหล่ เผยผิวขาวผ่องออกมาเป็นบริเวณกว้าง
ซวยแล้ว!
เฉินซานเหอไม่สนใจความเจ็บปวด รีบเอ่ยตะกุกตะกักว่า “คะ...คุณนายหลิน เมื่อคืนผม...”
หลินซูหว่านไม่ได้โกรธ เพียงมองเฉินซานเหอที่อยู่บนพื้นเงียบ ๆ สีหน้าซับซ้อนอยู่หลายส่วน
เธอนึกออกแล้ว
ในงานเลี้ยงเมื่อคืน เหล้าที่เธอดื่มเหมือนจะถูกใครบางคนวางยา
ฤทธิ์ยามาเร็วและรุนแรง เธอแทบต้องใช้สติที่เหลืออยู่ทั้งหมด อ้างว่าจะไปห้องน้ำ แล้วเดินโซซัดโซเซหนีออกจากห้องจัดเลี้ยง
เธอเจอเฉินซานเหอตอนที่กำลังเลอะเลือนอยู่ในทางเดิน จากนั้นก็คว้าคอเสื้อเขาอย่างไร้สติและลากเข้าไปในห้อง
ที่แท้เมื่อคืนเธอเป็นฝ่ายเริ่มเองทั้งหมด...
เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมา
ติ่งหูของหลินซูหว่านพลันแดงระเรื่อ ทว่าไม่นานเธอก็สงบลง
ตกลงใครกันที่คิดจะทำร้ายเธอ!
เฉินซานเหอได้แต่คร่ำครวญในใจ
แม้หลินซูหว่านจะอายุเกือบห้าสิบแล้ว ลูกสาวก็เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่ผิวพรรณกับใบหน้ากลับได้รับการดูแลอย่างดีจนดูเหมือนหญิงวัยสามสิบต้น ๆ
แต่เธอเป็นถึงภรรยาประธานบริษัทนะ...
“ก๊อก ก๊อก ๆ”
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้เฉินซานเหอสะดุ้งเฮือก
“แม่ อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ?”
หลินซูหว่านเอ่ยว่า “ไม่ต้องกลัว ฉันกับหวังฮ่าวจงหย่ากันนานแล้ว ต่อให้เขารู้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”
เฉินซานเหอชะงักไป
ประธานบริษัทกับภรรยาหย่ากันแล้วหรือ?
แต่พวกเขายังดูเหมือนว่า...
หลินซูหว่านสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ ถ้าไม่อยากตาย วันนี้ห้ามแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นแม้แต่คำเดียว!”
“ครับ ครับ!” เฉินซานเหอรีบสวมเสื้อผ้า พลางมองไปทางประตูแล้วถามว่า “คุณนายหลิน แล้วตอนนี้ผมควรทำยังไงครับ?”
หลินซูหว่านตอบเสียงเย็นชา “หาที่ซ่อนเอง!”
เฉินซานเหอกวาดตามองห้องพักในโรงแรม ก่อนกัดฟันมุดเข้าไปในระเบียงเล็ก ๆ ของห้อง
ระเบียงนี้ไม่กว้าง มีเพียงโต๊ะหนึ่งตัวกับเก้าอี้สองตัว เฉินซานเหอมองลงไปข้างล่างสองครั้ง พลันรู้สึกมืดแปดด้าน สูงชะมัดเลย!
ถ้าตกลงไปต้องตายแน่!
“แม่! ถ้ายังไม่พูดอีก หนูจะพาคนบุกเข้าไปแล้วนะคะ!”
ด้านนอกประตู หวังอันหนิงพาบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่หลายคนมาขวางประตูไว้แน่นสนิท คีย์การ์ดในมือส่งเสียง “ติ๊ด ๆ” ไม่หยุด
เฉินซานเหอมองลงไปข้างล่างอีกครั้ง ก่อนกัดฟันตัดสินใจ เอาวะ ลุย!
หลินซูหว่านสวมเสื้อผ้า ใช้มือยันกำแพงพยายามอยู่หลายครั้งกว่าจะลุกขึ้นยืนได้
เมื่อเห็นถุงน่องสีดำที่ถูกฉีกขาดอยู่บนพื้น เธอก็รีบเก็บขึ้นมายัดใส่กระเป๋า
อีกทั้งไม่รู้ทำไม
ทันทีที่เฉินซานเหอออกจากห้อง เธอก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวจนทนไม่ไหว
หรือว่าเธอคิดไปเอง...
ในตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกใครบางคนถีบเปิดออกอย่างแรง
หวังอันหนิงพาบอดี้การ์ดหลายคนบุกเข้ามา
“แม่!”
บอดี้การ์ดหลายคนเพิ่งเข้ามาก็เริ่มค้นหาทั่วห้อง แม้แต่ซอกมุมเล็ก ๆ ก็ไม่เว้น
หลินซูหว่านเอ่ยเสียงเย็นว่า “พวกคุณกำลังหาอะไร!”
จ้าวกัง บอดี้การ์ดที่เป็นหัวหน้า แววตาวูบไหวด้วยความลนลาน แต่ไม่นานก็กลับมาสงบนิ่ง “คุณนาย ผม...พวกเราเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณครับ!”
หวังอันหนิงเองก็มีสีหน้าสงสัย
เธอแค่เป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ แต่ไม่ได้สั่งให้จ้าวกังกับพวกเขาค้นหาอะไรสักหน่อย พวกเขา...
หลินซูหว่านเอ่ยเสียงเย็นชา “ออกไป!”
“ครับ...คุณนาย”
จ้าวกังกำลังจะออกไป แต่ยังกวาดตามองทั่วห้องอย่างไม่ยินยอม ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ระเบียงเล็ก ๆ แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไป
หัวใจหลินซูหว่านกระตุกวูบ
จ้าวกังเข้าไปกวาดตามองรอบหนึ่ง แล้วมองลงไปข้างล่าง ก่อนจากไปอย่างไม่เต็มใจ
“แม่ พวกเขา...กำลังหาอะไรกันอยู่คะ?”
แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของหลินซูหว่าน “ตามหาผู้ชาย!”
“แม่ หรือว่าเมื่อคืนแม่...” หวังอันหนิงเหลือบมองเตียงใหญ่ที่ยุ่งเหยิง ใบหน้าเล็กพลันเขียวคล้ำ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจะโทรแจ้งตำรวจ “ไอ้สารเลวนั่นเป็นใคร หนูจะทำให้มันติดคุกจนตาย!”
หลินซูหว่านรีบกดมือหวังอันหนิงไว้ “อันหนิง อย่านะ! มีคนคิดจะทำร้ายแม่ ถ้าลูกแจ้งตำรวจ ก็จะเข้าทางพวกมันพอดี!”
หวังอันหนิงขมวดคิ้ว “แต่ว่า...”
“พอแล้ว เราออกไปจากที่นี่ก่อน!” หลินซูหว่านขัดขึ้น แล้วให้เธอช่วยประคองออกไป
หวังอันหนิงกัดริมฝีปากล่างแน่น
ไม่ว่าแกจะเป็นใคร!
กล้าแตะแม่ฉัน
ต่อให้ต้องพลิกเมืองไห่เฉิงทั้งเมือง ฉันก็จะลากไอ้สารเลวนั่นออกมาให้ได้!
ถึงตอนนั้นฉันจะทำให้แกเป็นผู้ชายไม่ได้อีกเลย!
.....
ตอนนี้เฉินซานเหอแอบออกจากโรงแรมทางระเบียงชั้นล่าง กลับมาถึงรถแล้ว
ยังนั่งไม่ทันเต็มก้น สิ่งแรกที่ทำก็คือส่งข้อความหาฉาวอิ่ง แฟนสาวของเขา บอกว่าเดี๋ยวจะไปรับเธอที่มหาวิทยาลัย
“ทำไมไม่ตอบข้อความ?”
เฉินซานเหอโทรหาอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครรับสายเช่นกัน
ฉาวอิ่งเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งที่เขารู้จักตอนเรียนปีสี่
ทั้งคู่คบกันมาสามปีแล้ว
เดิมทีเขาก็เป็นคนดังของมหาวิทยาลัย อนาคตกำลังสดใส
ใครจะคิดว่าเพราะเขาต่อยลูกเศรษฐีคนหนึ่ง จึงเสียโควตาเรียนต่อระดับปริญญาโท แถมยังถูกคุมขังอยู่สิบห้าวัน
บริษัทใหญ่เหล่านั้นก็ไม่ยอมรับนักศึกษาที่เคยถูกคุมขังอย่างเขา
เขาเองก็หมดหนทางจริง ๆ
ถึงได้มาเป็นคนขับรถ
ระหว่างจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็อดผุดขึ้นมาในหัวเฉินซานเหอไม่ได้
เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คุณนายหลินคงไม่เก็บเขาไว้ทำงานต่อแน่...
ช่างเถอะ
ต่อให้ถูกไล่ออก เขาก็ต้องทำหน้าที่กะสุดท้ายให้ดีที่สุด
อย่างมากก็แค่ไปหางานใหม่หลังจากนี้
ขณะที่เฉินซานเหอกำลังคิดฟุ้งซ่าน หลินซูหว่านก็พาหวังอันหนิงเปิดประตูรถขึ้นมาแล้ว “ออกรถ”
“ครับ คุณนายหลิน...”
เมื่อได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ หลินซูหว่านก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ จากมุมที่เธอนั่ง เธอมองเห็นใบหน้าคมคายของเฉินซานเหอ
ถ้าจำไม่ผิด
เฉินซานเหอเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยได้แค่สามปี อายุห่างจากลูกสาวเธอไม่กี่ปีเอง...
บรรยากาศในรถอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด
หวังอันหนิงยิ่งไม่แม้แต่จะมองเฉินซานเหอ
ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องตามหาไอ้เดรัจฉานที่แตะแม่ของเธอให้เจอ!
