ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ร่างของกงเทียนหนานก็สะดุ้งโดยไม่รู้ตัว
บริษัทอี้เฟิ่งเป็นบริษัทชื่อดังในฉู่โจว ทั้งยังเป็นสมาชิกสมาคมการค้าเมืองฉู่โจว ย่อมรู้จักโจวปิ่งคุน ประธานสมาคมการค้าเมืองฉู่โจวเป็นอย่างดี
โจวปิ่งคุนเป็นบุคคลที่แค่จามครั้งเดียวก็ทำให้วงการธุรกิจในฉู่โจวสั่นสะเทือนได้ถึงสามครั้ง
ปกติบริษัทอี้เฟิ่งจะวางอำนาจบาตรใหญ่และทำเรื่องชั่วร้ายมากมาย แต่ก็รังแกได้แค่พวกที่มีอำนาจด้อยกว่าตนเท่านั้น
ประธานสมาคมการค้าอย่างโจวปิ่งคุน ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะไปล่วงเกินได้เลย
เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้ แค่ไปหาเรื่องคนกลุ่มหนึ่งในห้องส่วนตัวข้าง ๆ ที่เห็นชัดว่าไม่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่อะไร จะทำให้บุคคลสำคัญอย่างโจวปิ่งคุนปรากฏตัวขึ้นมาได้
เมื่อเสียงของโจวปิ่งคุนที่เจือความขุ่นเคืองดังขึ้น
เหงื่อเย็นก็ผุดเต็มหน้าผากของกงเทียนหนาน
เขาหันกลับมา มองโจวปิ่งคุนด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
ทว่าสิ่งที่สบเข้ากลับเป็นสายตาเย็นเยียบของโจวปิ่งคุน
หัวใจของเขาค่อย ๆ จมดิ่งลง เพราะเห็นได้ชัดว่าประธานโจวกำลังโกรธมาก
ส่วนสาเหตุที่โกรธนั้นก็ไม่ต้องพูดให้มากความ
ในกลุ่มคนเหล่านี้ต้องมีคนที่โจวปิ่งคุนรู้จักอยู่แน่
“ที่แท้ก็ประธานโจวนี่เอง มาที่นี่ได้อย่างไรครับ? เมื่อครู่ผมแค่หยอกล้อกับน้องชายคนนี้เท่านั้น”
ท่าทีของกงเทียนหนานอ่อนลงทันที ใบหน้าแฝงแววประจบอยู่หลายส่วน
โจวปิ่งคุนแค่นเสียงเย็นชา “ถ้าฉันไม่มา จะได้เห็นได้อย่างไรว่ารองผู้จัดการใหญ่ของบริษัทอี้เฟิ่งอย่างนายยิ่งใหญ่แค่ไหน เอะอะก็จะส่งคนเข้าคุก”
กงเทียนหนานยิ่งระมัดระวังตัวขึ้นกว่าเดิม
“ประธานโจวพูดเล่นแล้วครับ ว่าแต่ประธานโจวก็มากินข้าวที่นี่หรือครับ?”
สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดคือกงเทียนหนานต้องรู้จุดประสงค์ที่โจวปิ่งคุนมาที่นี่ให้แน่ชัด จะได้เตรียมรับมือในขั้นต่อไป
