หลี่จวินยัดกล่องใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วขึ้นไปถึงยอดเขา
เขาพบว่ามีคนแต่งตัวเป็นนักพรตนั่งอยู่ใต้รูปปั้นบนยอดเขา
จากที่สังเกต นักพรตคนนั้นฝีมือไม่ธรรมดา เป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง
“ดูท่าทางในหมู่นักพรตยังซ่อนยอดฝีมือไว้อีกไม่น้อยเลย”
แต่หลี่จวินเพียงมองอยู่สองสามครั้งก็จากไป จากนั้นมุ่งหน้าไปเที่ยวเล่นริมทะเลสาบที่อยู่ไกลออกไปจากภูเขาฉีซาน
อีกด้านหนึ่ง
หลินอวี่ชิวกำลังรออยู่ตีนเขาอย่างกระวนกระวาย รอให้พ่อส่งคนมา
ไข่มุกหยกโลหิตหายไป นี่เป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว สิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือไปตามหาพวกขโมยกลุ่มนั้น
ด้วยอิทธิพลของพ่อ เธอน่าจะตามหากลุ่มโจรในแถบเปียนหนานได้อย่างรวดเร็ว
“หวังว่าจะหาไข่มุกหยกโลหิตกลับมาได้”
หลินอวี่ชิวคิดในใจเงียบ ๆ
หลี่จวินเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกทั้งวัน กระทั่งพลบค่ำจึงกลับมาที่ภูเขาฉีซาน แล้วนั่งรถบัสกลับไปยังเมืองพนันหยก
บนรถเขาเห็นนักท่องเที่ยวหลายคนที่มาถึงตั้งแต่เช้า แต่กลับไม่เห็นหลินอวี่ชิว
เดิมทีหลี่จวินคิดว่า ถ้าเจอเธอก็จะคืนของในกล่องให้ แต่ถ้าไม่เจอก็ช่างเถอะ
วันรุ่งขึ้น
ในที่สุดก็ถึงวันพนันหยกอย่างเป็นทางการ
หลี่จวินเพิ่งตื่น โจวปิ่งคุน กัวเฝิงชุน และคนอื่น ๆ ก็มารออยู่ข้างนอกแล้ว
“คุณหลี่ เราไปกินมื้อเช้ากันก่อน กินเสร็จแล้วค่อยไปเมืองพนันหยกของเย่เซียว”
โจวปิ่งคุนกล่าว
“ที่ของราชาหยกอย่างเย่เซียวมีหินราคาสูงลิ่วอยู่มาก พูดตามตรง เงิน 100 ล้านหยวนไม่ถือว่ามากเลย”
