สุ่ยเซียนเอ๋อร์คนนี้ค่อนข้างวางอำนาจอยู่ไม่น้อย
เป็นเพียงผู้หญิงแท้ ๆ แต่กลับสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ในเปียนหนาน สถานที่ที่มีทั้งคนดีคนชั่วปะปนกัน ฝีมือและเล่ห์เหลี่ยมของนางย่อมไม่ธรรมดา
「เข้าไปกันเถอะ」
โจวปิ่งคุนถอนหายใจพลางกล่าว
ท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน
แต่เสือเจ้าถิ่นย่อมได้เปรียบมังกรข้ามถิ่น ที่นี่เป็นถิ่นของอีกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้น กุหลาบโลหิตไม่ใช่แค่เสือเจ้าถิ่น แต่เป็นถึงมังกรเจ้าถิ่น
หลี่จวินพยักหน้า
ทุกคนเดินเข้าไปในห้องจัดแสดง
หินที่วางอยู่ในห้องนี้ล้วนเป็นก้อนใหญ่
หินที่มีมูลค่ากว่าร้อยล้านหยวน หากตั้งราคาได้สูงขนาดนี้ ย่อมต้องมีจุดเด่นไม่ธรรมดา
กุหลาบโลหิตเองก็กำลังชมอัญมณีอยู่ โดยมีลูกน้องคอยติดตาม
แต่เป็นอย่างที่กัวเฝิงชุนบอก แม้เข้ามาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่เห็นใครควักเงินซื้อหินสักคน
หน้าหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งมีคนมุงอยู่กลุ่มหนึ่ง พากันชี้มือวิพากษ์วิจารณ์
มันเป็นหินดิบก้อนหนึ่งที่สูงกว่าคนอยู่ช่วงศีรษะ
ด้านข้างมีช่องเปิดเล็ก ๆ เผยให้เห็นสีเขียวสด เป็นหยกเขียวจักรพรรดิชนิดแก้ว
หยกเขียวจักรพรรดิเป็นหยกที่มีระดับสูงที่สุด เรียกอีกอย่างว่ามรกต หยกก้อนใดก้อนหนึ่งก็มีราคาสูงลิบลิ่วแล้ว
ราคาที่ติดอยู่ด้านบนก็สูงลิบลิ่วเช่นกัน สูงถึง 1,500 ล้านหยวน
โจวปิ่งคุนแนะนำว่า 「หินก้อนนี้เป็นสมบัติล้ำค่าประจำหอของเย่เซียว ราชาหยกตัวจริง」
「หลังซื้อกลับมาก็วางไว้ที่นี่ตลอด ทุกปีมีเศรษฐีมาศึกษามัน แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าลงมือซื้อ」
หลี่จวินเห็นด้วยกับเขา เงิน 1,500 ล้านหยวนไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยจริง ๆ
「เถ้าแก่หลี่ อยากศึกษาหินก้อนนี้หรือครับ」โจวปิ่งคุนถามเสียงเบา
เขามองเห็นแววอยากลองในดวงตาของหลี่จวิน
หลี่จวินพยักหน้า 「ผมคิดไว้แบบนั้น แต่ไม่ได้พกเงินมามากขนาดนั้น」
「แต่จากสายตาของผม หินราชันก้อนนี้ผ่าออกมาแล้วไม่มีทางขาดทุน」
หลี่จวินมองลวดลายบนหินดิบแล้วตัดสินใจเช่นนั้น
ดวงตาของโจวปิ่งคุนเป็นประกาย
「จะผ่าหินราชันหรือครับ」
พูดตามตรง เขาเริ่มหวั่นไหวแล้ว
