รถยนต์แล่นมาถึงคฤหาสน์แห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ที่นี่คือสถานที่ซึ่งบริษัทเซิ่งซื่อกำหนดนัดพบไว้
ทันทีที่มาถึงหน้าคฤหาสน์ รถก็จอดลง
ทุกคนลงจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน
คราวนี้นอกจากอาจารย์อู๋แล้ว กู้เหยียนยังพาบอดี้การ์ดมาด้วยอีกยี่สิบกว่าคน รวมถึงผู้ช่วยของเธอด้วย ขบวนคนที่ตามมาดูยิ่งใหญ่ไม่น้อย
“บริษัทเซิ่งซื่อชอบทำธุรกิจข่มเหงกดขี่คนอื่นอยู่บ่อย ๆ คราวนี้จู่ ๆ ก็เป็นฝ่ายนัดเราให้มาเจอ ต้องไม่หวังดีแน่ หลังเข้าไปแล้วคงต้องรบกวนอาจารย์อู๋ด้วย”
อาจารย์อู๋ยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “คุณกู้วางใจได้เต็มร้อย มีอู๋ฮวาอยู่ตรงนี้ ต่อให้พวกนั้นมากันกี่คนก็ไร้ประโยชน์”
ความภาคภูมิใจบนใบหน้าของอาจารย์อู๋แทบปิดไม่มิด
เขาโลดแล่นอยู่ในฉู่โจวมาหลายปี ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วประเทศ จะไปใส่ใจนักเลงอันธพาลพวกนั้นได้อย่างไร
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์อู๋ กู้เหยียนก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที
ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้ามา ชายฉกรรจ์หลายคนที่กำลังคุยกันอยู่ก็เดินเข้ามาหา
ชายหนุ่มร่างผอมสูง มีรอยสักบนตัวเอ่ยเสียงดังว่า “พวกคุณมาจากจวินหลินกรุ๊ปใช่ไหม?”
กู้เหยียนพยักหน้า “ใช่ ฉันต้องการพบเถ้าแก่ตู้ของพวกคุณ”
ชายหนุ่มพยักหน้า สายตากวาดมองเรือนร่างของกู้เหยียนอย่างไม่เกรงใจ ก่อนกล่าวว่า “เถ้าแก่ตู้ของเรารอคุณอยู่ข้างใน”
พูดจบก็หันไปตะโกนบอกคนด้านใน
“คนจากจวินหลินกรุ๊ปมาแล้ว!”
วินาทีถัดมา ก็มีเสียงดังโครมคราม ผู้คนกว่ายี่สิบคนกรูกันออกมาจากทุกทิศทาง แต่ละคนมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม
แม้กู้เหยียนจะเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่ง แต่เวลานี้กลับกล้าหาญไม่น้อย
เธอไม่สนใจคนเหล่านั้น เดินมุ่งหน้าเข้าไปด้านในอย่างไม่ลังเล
ภายในคฤหาสน์ ในศาลาริมน้ำแห่งหนึ่ง
มีเก้าอี้หวายสองตัว โต๊ะน้ำชาหนึ่งตัว และชาหลงจิ่งชั้นดีหนึ่งกา
