เมื่อเจ้าของร้านลอกกระดาษชั้นที่สามออก สายตาของชายชราและบอดี้การ์ดสองคนก็ถูกดึงดูดไปโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจพลันถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าหลี่จวินกำลังจะพลาดท่า แต่ช่วงเวลาแบบนี้ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังลุ้นผลรางวัล
จังหวะนั้นเอง มือของเจ้าของร้านสั่นวูบ “แควก” กระดาษชั้นที่เพิ่งลอกขึ้นมาเลยฉีกขาดเป็นรูทันที
หัวใจของชายชรากระตุกวูบ
เขาพูดอย่างจนคำพูดว่า “ภาพดี ๆ แท้ ๆ ตอนนี้กลับพังเสียแล้ว นี่มันเงินแปดหมื่นหยวนนะ”
แววตาของบอดี้การ์ดทั้งสองยิ่งฉายความเวทนา
ไอ้หนุ่มคนนี้แต่งตัวธรรมดาขนาดนี้ ดูไม่เหมือนคนมีเงินเลย เงินแปดหมื่นหยวนคงเป็นเงินเก็บจากการทำงานมาหลายปีสินะ อุตส่าห์มาหาของถูกในตลาดของเก่า สุดท้ายคงสูญเงินเปล่าแล้วล่ะ!
ทว่าเจ้าของร้านกลับกลืนน้ำลายลงคอ เขาไม่สนใจรอยฉีกขาด แล้วลอกกระดาษต่อไป
เมื่อกระดาษทั้งแผ่นค่อย ๆ ถูกลอกออก
ภายในร้านพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
ใต้กระดาษเซวียนจื่อชั้นที่สอง เผยภาพสตรีนางในที่วาดได้สมจริงราวกับมีชีวิตออกมา
แม้จะคล้ายกับภาพชั้นแรกที่ถูกลอกออกไปก่อนหน้านี้อยู่บ้าง แต่ใครที่พอมีความรู้เรื่องฝีมือการวาดสักหน่อยก็ย่อมมองออกทันทีว่าภาพนี้ไม่ธรรมดา
ภาพด้านบนแข็งทื่อไร้ชีวิตชีวา ส่วนตัวละครในภาพด้านล่างราวกับกำลังจะมีชีวิตขึ้นมา
โดยเฉพาะตราประทับที่ประทับแน่นขนัดอยู่ทั่วภาพ ล้วนยืนยันว่าภาพด้านล่างเป็นของแท้
เจ้าของร้านมองภาพนั้นจนร่างโงนเงนไปเล็กน้อย
เขาขายภาพแท้ของถังป๋อหูไปในราคาแค่แปดหมื่นหยวน ขาดทุนจนแทบไม่เหลืออะไรติดตัวแล้ว
ภาพแท้ของถังป๋อหูขายได้อย่างน้อยสิบล้านหยวน ไม่แน่ว่าในการประมูลอาจได้ราคาสูงกว่านั้นอีก
“แม้ภาพนี้จะปลอมแปลงได้แนบเนียนมาก แต่ภาพปลอมกลับใช้วิธีการเข้าเล่มแบบโบราณ”
“วัสดุที่ใช้ในการเข้าเล่มแบบโบราณทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแกนกระดาษหรือหัวม้วน ล้วนเลือกใช้ของชั้นดีทั้งนั้น แต่วัสดุของภาพนี้กลับธรรมดามาก”
“ในเมื่อใช้วิธีเข้าเล่มที่ซับซ้อนขนาดนี้ แต่กลับใช้ไม้คุณภาพต่ำที่สุด ก็แสดงว่ามีคนต้องการปกปิดอะไรบางอย่าง”
