เย่เซียวอายุสี่สิบกว่า สวมแว่นตา ดูสุภาพเรียบร้อย
เขาล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อ ยืนนิ่งมองต้วนหยา
“คุณคือครูฝึกงั้นหรือ?”
ตอนนี้ต้วนหยาระวังตัวขึ้นมาแล้ว
ชื่อเสียงของคนเปรียบได้กับเงาของต้นไม้ เย่เซียวโด่งดังไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือพนันหินหยก แต่ยังรวมถึงฝีมือการต่อสู้ของเขาด้วย
ได้ยินว่าเขาเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสวัดม้าขาว ตั้งแต่เริ่มผงาดขึ้นมาก็ผ่านศึกนองเลือดมานับไม่ถ้วน ไม่รู้ว่ามือเปื้อนเลือดมามากมายเพียงใด เหยียบย่ำกองกระดูกจนพะเนิน กว่าจะมีสถานะอย่างทุกวันนี้
“ได้ยินชื่อเสียงของเถ้าแก่เย่มานานแล้ว ไม่คิดว่าการมาเปียนหนานครั้งนี้จะมีวาสนาได้ประมือกับเถ้าแก่เย่ ช่างไม่เสียเที่ยวจริง ๆ”
แววฮึกเหิมในการต่อสู้ปรากฏขึ้นในดวงตาต้วนหยา
“ลงมือเถอะ ฉันไม่ชอบพูดมาก ยังไงวันนี้พวกแกก็ต้องตายกันหมด”
เย่เซียวกล่าวเสียงเรียบ
ต้องยอมรับว่าเขาหยิ่งผยองไม่น้อย
ต้วนหยาสูดหายใจลึก ตั้งท่าป้องกัน
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเย่เซียว เขาไม่กล้าเปิดฉากโจมตีก่อนเด็ดขาด
เพราะการชิงโจมตีก่อนก็เท่ากับเผยช่องโหว่ก่อน
โจวปิ่งคุน กัวเฝิงชุน และคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ต่างใจเต้นระทึก
พวกเขารู้ว่าผลการต่อสู้ครั้งนี้จะตัดสินชะตาชีวิตของทุกคนที่อยู่ที่นี่
ส่วนเย่เซียวกลับไม่ได้กังวลอะไรนัก
