“เงิน 100 ล้านไม่ใช่เงินก้อนเล็ก บางทีคนตระกูลกู้อาจยังรวบรวมไม่ครบในตอนนี้”
“งั้นก็รอถึงพรุ่งนี้ ให้เวลาอีกวันหนึ่ง”
หลี่จวินคิดเช่นนั้นในใจ
เขาหั่นโสมพันปีที่เหลียงหย่งนำมาให้เป็นแผ่นหนึ่ง แล้วอมไว้ในปาก ก่อนเริ่มเดินพลังฝึกฝนทันที
วันนี้การรักษาโรคทำให้พลังชีวิตและพลังปราณของเขาลดลงไปไม่น้อย จึงต้องรีบเติมให้ทัน
ดังที่ท่านเฒ่าบอก พลังงานระหว่างฟ้าดินปะปนกันยุ่งเหยิง หากคิดจะดูดซับพลังงานที่ตนต้องการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ถ้ามีของบำรุงอย่างโสมก็ไม่เหมือนกัน เพราะสามารถดูดซับพลังงานจากภายในได้โดยตรง
ทว่าเพิ่งฝึกฝนไปได้ไม่กี่นาที หลี่จวินก็ลืมตาขึ้น เผยแววเย็นชาออกมา
ในห้องรับแขกของบ้านเขา มีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ สวมชุดดำทั้งตัว
อีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับภูตผี
“จะส่งโสมพันปีมาให้เอง หรือจะรอให้ฉันลงมือเชือดคอ แล้วค่อยเอาโสมไป?” ชายชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตาราวกับงูพิษ
หลี่จวินหรี่ตาลงเล็กน้อยเช่นกัน
ดูท่าตอนเหลียงหย่งมาพบเขาคงถูกสะกดรอยตามมาแล้ว
อีกฝ่ายสามารถเข้ามาในบ้านของเขาได้อย่างไร้สุ้มเสียง แสดงว่าชำนาญการซ่อนตัว
“นายเป็นคนของอสูรหรือ?” หลี่จวินถาม
“ฉลาดไม่เบานี่ ดูท่าเหลียงหย่งคงเล่าให้ฟังแล้ว ฉันไม่รู้หรอกว่านายกับเหลียงหย่งมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่การที่เหลียงหย่งซ่อนโสมไว้ที่นี่ มีแต่จะนำภัยพิบัติมาให้นาย อสูรไม่ใช่กลุ่มที่นายจะมีเรื่องด้วยไหว”
