“เป็นไปไม่ได้! คนที่มีฝีมือสังหารหรงจ้าน และลอบเข้ามาในคฤหาสน์ได้ จะเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนายได้ยังไง!”
พ่อบ้านจ้าวยังคงไม่อยากเชื่อ
ประสบการณ์ฝึกวรยุทธ์มาห้าสิบปีบอกเขาว่า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
เฮ้อ
ตาแก่หัวโบราณ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงอยู่ไม่รอด
หลินจื่อลั่วมองออกเช่นกัน
คนที่ฝึกวรยุทธ์อย่างพ่อบ้านจ้าว ไม่ยอมรับความจริงที่ว่าระบบสามารถเพิ่มค่าสถานะได้ในวันสิ้นโลก
บางคนถึงกับดื้อดึง ไม่ยอมเพิ่มค่าสถานะให้ตัวเอง
ในสายตาพวกเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิชานอกรีต
ผลก็คือ พอช่วงคุ้มครองผู้เล่นใหม่เจ็ดวันของเกมยุคสิ้นโลกสิ้นสุดลง
วิชาที่พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักมาหลายสิบปี กลับสู้ซอมบี้ตัวหนึ่งที่เจอได้ตามถนนไม่ได้ด้วยซ้ำ
สุดท้ายคนเหล่านี้ก็ไม่มีใครได้ตายดี
ตามหลักแล้ว คนที่มีพื้นฐานวรยุทธ์ควรจะอยู่รอดในวันสิ้นโลกได้ดีกว่าคนอื่น
น่าเสียดายที่หลินจื่อลั่วอยู่มาจนถึงช่วงท้ายของวันสิ้นโลก ก็แทบไม่เคยพบคนที่ฝึกฝนวิชาต่อสู้ของประเทศหลงกั๋วอย่างแท้จริงเลย
หลินจื่อลั่วคร้านจะพูดไร้สาระกับพ่อบ้านจ้าวอีก
เขาซัดหมัดตรงเข้าใส่พ่อบ้านจ้าวทันที
ถึงอย่างไรพ่อบ้านจ้าวก็ฝึกวรยุทธ์มาหลายสิบปี
เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดของหลินจื่อลั่วที่อัดแน่นด้วยพละกำลัง เขาก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
ตั้งท่าม้า จากนั้นไขว้มือทั้งสองข้างขึ้นป้องกัน
“ตึง! ตึง! ตึง!”
พ่อบ้านจ้าวถอยหลังไปสามก้าว จึงจะสลายแรงหมัดของหลินจื่อลั่วได้หมด
ไม่เลวนี่
หลินจื่อลั่วอดมองพ่อบ้านจ้าวด้วยสายตาชื่นชมขึ้นมาไม่ได้
