“สามอันดับแรกงั้นเหรอ?” หลี่ลี่เสวียนขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “ไม่ได้ แค่สามอันดับแรกยังดึงดูดใจไม่พอ”
“ฉันต้องการอันดับหนึ่ง ต้องทำให้ชื่อของตระกูลหลี่โด่งดัง ให้ผู้เล่นที่ยังไม่ได้เข้าร่วมองค์กรไหนเห็นความแข็งแกร่งของตระกูลเรา” หลี่ลี่เสวียนพูดต่อ
สื่อจิ่งซานแสดงสีหน้าลำบากใจแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเป็นอันดับสอง ผมยังพอสู้ได้ แต่อันดับหนึ่งมีจางหยวนจงไอ้หมอนั่นอยู่ ผม...”
“ใครบอกว่าต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง?” หลี่ลี่เสวียนพลันแค่นยิ้มเย็นชา
สื่อจิ่งซาน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้อง ต่างเปลี่ยนสีหน้าไป
“ประมุข เบื้องหลังจางหยวนจงคือกองทัพนะครับ พวกเรา...” สื่อจิ่งซานพยายามเกลี้ยกล่อม
“เฮอะ ตอนนี้มันเวลาไหนแล้ว วางใจเถอะ ไม่ถึงกับลงมือเอาชีวิตกันหรอก อีกอย่าง นายคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้พวกมันกล้าหักหน้าพวกเราเหรอ? บอกตามตรง สามตระกูลใหญ่ของเราเตรียมจับมือร่วมกันเต็มรูปแบบแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้”
น้ำเสียงของหลี่ลี่เสวียนแผ่วเบา ทว่าคนที่นั่งอยู่ในห้องต่างพากันหนาวสะท้าน
“พอแล้ว นี่ไม่ใช่การหารือกับพวกนาย แต่เป็นคำสั่ง ไปเอาอันดับหนึ่งกลับมาให้ฉัน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน!” หลี่ลี่เสวียนเอ่ยขึ้นกะทันหัน
ทันทีที่สิ้นคำ สีหน้าของทุกคนในห้องก็เคร่งขรึมขึ้นในพริบตา ราวกับถูกกระตุ้นด้วยสวิตช์
