"เหมียวอู!"
เสียงร้องเหมียวอ่อนหวานดังขึ้น
ก้อนขนสีส้มกลมป้อมตัวหนึ่งเดินส่ายก้นออกมาจากประตู
ที่คอของก้อนขนมีโบว์สีชมพูใหญ่จนเกินเหตุผูกอยู่ เกือบบดบังร่างของมันไปครึ่งตัว
หลินลั่วหร่วนเบิกตากว้าง ก้มมองสิ่งที่อยู่บนพื้นด้วยความตะลึง
"เสือน้อย?"
เขาเอ่ยเรียกอย่างไม่มั่นใจ
เจ้าแมวสีส้มได้ยินเสียงคุ้นเคยก็ชูหางขึ้น แล้ววิ่งกระโจนเข้าหา
หลินลั่วหร่วนรีบย่อตัวลง คว้าตัวมันมากอดไว้
"เสือน้อย เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? โบว์นี่พี่ชายให้เจ้ารึ?"
เขาบีบเนื้อนุ่มตรงท้องแมวเบาๆ และดึงโบว์ที่คอของมันอย่างแผ่วเบา
แมวสีส้มส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอ หัวเล็กๆ ที่มีขนฟูมุดเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
จิ้นหานสวินโอบไหล่ของเขาเอาไว้
"เด็กดี พี่ชายพาเจ้าเข้าไปดูข้างในกัน"
ภาพเบื้องในโถงใหญ่ของปราสาทปรากฏแก่สายตาของหลินลั่วหร่วนอย่างเต็มตา
ใต้เท้าเป็นพรมขนแกะสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บเฉพาะขึ้น หนานุ่ม เมื่อเหยียบลงไปให้ความรู้สึกนุ่มสบายราวกับอยู่บนปุยเมฆ
กลางโถงมีลูกอมสารพัดสีกองพูนสูงเท่าภูเขาลูกเล็ก
ห่อด้วยกระดาษลูกอมแวววาวระยิบระยับ ทั้งสีแดง สีเหลือง สีฟ้า สีม่วง ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวน
ข้างๆ ยังมีโหลแก้วโปร่งใสสูงจรดผนังอีกฝั่งหนึ่ง ภายในบรรจุเยลลี่สอดไส้รูปร่างต่างๆ ไว้จนเต็ม
หลินลั่วหร่วนยังคงกอดเจ้าแมวสีส้มตัวหนักอึ้ง ยืนนิ้วบนพรมขนแกะ
กลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ
เมื่อมองยังภูเขาลูกอม จู่ๆ ปลายจมูกของเขาก็พลันเกิดความรู้สึกรันขึ้นมา
เบ้าตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน
หลินลั่วหร่วนกัดริมฝีปากล่างแน่น ทว่าหยาดน้ำตาเม็ดโตก็ยังทะลักอาบแก้ม
