ตั้งแต่ฝันร้ายครั้งนั้น ลู่จิ่นฮวนก็ไม่ไปไหนอีกเลย อยู่บ้านคอยดูแลคุณปู่คุณย่าทุกวัน
อ่านหนังสือพิมพ์ให้พวกท่านฟัง นั่งตากแดดเป็นเพื่อนผู้ใหญ่หลายคน ทั้งยังร่วมรำลึกถึงเรื่องสนุก ๆ ในวัยเด็กของบรรดาลูกหลาน...
กล่าวได้ว่า ในช่วงวันเวลาสุดท้ายของคุณย่าเหอ ลู่จิ่นฮวนได้อยู่เป็นเพื่อนและมอบความอบอุ่นให้เธออย่างที่สุด
กลางวันวันหนึ่งในช่วงกลางเดือนมีนาคม ลู่จิ่นฮวนกับแม่สามีเพิ่งสระผมให้คุณย่าเหอเสร็จ ประตูใหญ่ด้านนอกก็ถูกเคาะ
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะทันได้ตอบสนอง ถังโต้วก็พุ่งไปที่ประตูราวกับสายลม
เจียงอวิ๋นที่กำลังเช็ดผมให้หญิงชรา รู้สึกเพียงว่ามีแสงวาบผ่านหางตา ก่อนเงาร่างหนึ่งจะพุ่งผ่านข้างกายไปอย่างรวดเร็ว
เธอตบอกตัวเองเบา ๆ สองครั้ง พลางยิ้มตำหนิอย่างเอ็นดู “ยัยเด็กดื้อนี่ อายุสิบสองแล้ว ยังวู่วามเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่มีผิด”
ท่านผู้เฒ่าเหอหัวเราะตาม “เช้านี้หวยอวี่บอกเธอว่าวันนี้จะกลับมาเร็ว แถมยังรับปากว่าจะพาไปเล่นว่าวตอนบ่าย สงสัยคงใจร้อนรอไม่ไหวแล้วล่ะ!”
ทุกวันนี้พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เด็กสี่คนที่อยู่ในค่ายทหารก็ต้องไปฝึกซ้อมเป็นประจำ อีกสองคนในชั้นเรียนทดลองสำหรับอัจฉริยะต้องตามศาสตราจารย์ไปทำการทดลอง เถียนโต้วเรียนวาดรูป ปิงโต้วเรียนรู้จักสมุนไพร ส่วนอวิ๋นโต้วยังต้องไปเรียนภาษาต่างประเทศ
ในบรรดาเด็กทั้งสิบคน มีเพียงถังโต้วที่ว่างที่สุด
ตรงประตูเรือน ถังโต้วเปิดประตูด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม กำลังจะอ้าปากเรียกพี่ชายใหญ่ แต่กลับเห็นเหอชิงเกอกับชายหญิงแปลกหน้าคู่หนึ่งยืนอยู่ด้านนอก รอยยิ้มบนใบหน้าจึงหายวับไปทันที
