เมื่อลู่จิ่นฮวนได้ยินเรื่องราวที่ชิงเกอประสบมา ก็อดรู้สึกหวาดหวั่นไม่ได้ คืนนั้นเธอจึงเรียกเหล่าโต้วทั้งสิบมาประชุมฉุกเฉินทันที
เหอฉงหนานเองก็คิดว่าควรใช้เรื่องนี้เตือนสติเด็ก ๆ จึงยืนเคียงข้างเธอ หันหน้าเข้าหาลูก ๆ
นิสัยทหารที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของเหอฉงหนานแก้ไม่หาย เขาปรับสีหน้าให้จริงจัง พออ้าปากก็สั่งทันทีว่า “ทุกคนฟังคำสั่ง! พัก!”
ลู่จิ่นฮวนถึงกับมีเส้นดำพาดเต็มหัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยปากคัดค้านเขาต่อหน้าลูก ๆ
“โธ่ เราคุยเรื่องสำคัญกันตรง ๆ เลยได้ไหม? พอประชุมเสร็จ คุณอยากจะดุหรือฝึกพวกเขายังไงก็ได้ ฉันไม่เข้าไปยุ่งแน่นอน ดีไหม?”
น้ำเสียงของเธอมีแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเสียงนุ่มนิ่มเสียจนฟังคล้ายกำลังออดอ้อน
ใบหน้าเย็นชาของเหอฉงหนานพลันอ่อนโยนลง มุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ สายตาที่มองเมียตัวน้อยอ่อนหวานจนแทบไม่เหมือนเขา ก่อนจะตอบเสียงเบาว่า “ได้”
เหล่าโต้วทั้งสิบมองท่าทีที่แม่ทำหน้าขึงขังตำหนิพ่อ ต่างก็ก้มหน้าลง ไหล่สั่นน้อย ๆ พยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิตไม่ให้ส่งเสียง
มีเพียงถังโต้วคนเล็กสุดที่เก็บอาการไม่อยู่ หัวเราะออกมาเสียตรงนั้น
เจ้าตัวเล็กยืนอยู่ท้ายแถว หัวเราะจนหอบหายใจไม่ทัน เสียงหัวเราะใสหวาน “ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ดังสะท้อนกลับไปกลับมาบนกำแพงลานบ้าน ทั่วทั้งลานก้องไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างได้ใจของเธอ
สามีภรรยาที่หันหน้าเข้าหาเด็ก ๆ รวมถึงเหล่าโต้วอีกเก้าคน ต่างพากันมองไปยังเธอเป็นตาเดียว
ถังโต้วหัวเราะอยู่พักใหญ่ กว่าจะรู้ตัวว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากล เสียงหัวเราะครื้นเครงจึงค่อย ๆ เบาลง สุดท้ายเหลือเพียงเสียงหัวเราะแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน
