ยามเช้า แสงตะวันสาดส่องผ่านม่านที่ปิดสนิทเข้ามาในห้องนอน บรรยากาศภายในห้องจึงยังสลัวเลือนราง
ลู่จิ่นฮวนถูกเขย่าจนตื่น พอสติกลับคืนมา แก้มก็ระเรื่อด้วยสีชมพูราวกับดอกท้อทันที
“คุณ...คุณ...ลงไปเดี๋ยวนี้นะ!” น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่า แฝงด้วยคำอ้อนวอนที่แทบจะไม่ได้ยิน
เหอฉงหนานเม้มริมฝีปากแดงช่ำของลู่จิ่นฮวนอย่างอ่อนโยน เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนหน้าผาก น้ำเสียงแหบแห้งถึงขีดสุด “ตื่นแล้วเหรอ? ถ้าที่รักยังไม่อยากตื่นก็นอนต่อเถอะ ไม่ต้องสนใจฉัน...”
ลู่จิ่นฮวน: “......”
นี่เธอหลับไปเองงั้นเหรอ?
เธอสลบต่างหาก!
“ไม่นอนแล้ว?” ตอนที่ชายหนุ่มเอ่ยถาม ลมหายใจร้อนชื้นที่เต็มไปด้วยตัณหาก็พ่นรดปลายจมูกของเธอ “พอดีเลย อีกเดี๋ยวเราค่อยหลับด้วยกันนะ คนดี ฉันสัญญาว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย!”
ลู่จิ่นฮวนเบิ่งดวงตากลมโตใสซื่อที่เบิกกว้าง ก้นบึ้งของแววตาปริ่มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เอ่ยฟ้องเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย “เมื่อคืนคุณก็พูดอย่างนี้ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว”
เหอฉงหนานหัวเราะต่ำในลำคอ เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ที่รัก คำพูดของผู้ชายบนเตียงจะเชื่อได้ยังไงเล่า?”
หลายนาทีต่อมา ทั้งสองคนก็พากันถึงที่สุด ความรู้สึกราวกับร่างไร้น้ำหนักถาโถมเข้าใส่ลู่จิ่นฮวนไปทั่วร่าง ความรู้สึกนี้ทั้งน่าหวาดกลัวและเร้าใจ ทั้งยากจะอดทนและตื่นเต้น
เหอฉงหนานก้มลงงับริมฝีปากแดงบวมน้อยของเด็กสาวอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นอ่อนหวานทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง เขาจูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่งจะยอมปล่อยริมฝีปากอย่างอาลัยอาวรณ์ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เธอจะขาดอากาศ
