ซูอวิ๋นซีไม่ได้ตอบทันที
ทางเดินเงียบสงัด มีเสียงเนื้อเยื่อค่อย ๆ เคลื่อนไหวดังมาจากที่ไกล ๆ แสงไฟบนผนังกะพริบสองครั้ง ก่อนกลับมาสว่างนิ่งดังเดิม
“พวกเราไม่ได้ปิดบังอะไร”
“แล้วข้างนอกตอนนี้เป็นยังไง?”
“อันตรายมาก”
“ขอรายละเอียดหน่อย”
“มีซอมบี้ มีสิ่งกลายพันธุ์ มีเขตปนเปื้อน แล้วก็พื้นที่ผิดปกติที่อธิบายไม่ได้”
“มีอีกไหม?”
ซูอวิ๋นซีหลุบตาลง “ไม่มีแล้ว”
เซี่ยเฟิงยิ้ม “เห็นไหม นี่ไม่เรียกว่าปิดบังแล้วจะเรียกว่าอะไร?”
“ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เหมาะจะให้คนธรรมดารู้”
“หึ!” เซี่ยเฟิงหัวเราะเบา ๆ ขึ้นมาอย่างกะทันหัน “เพราะงั้นผมถึงเลือกไปดูด้วยตาตัวเอง และยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผม
แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ใช่เหรอ?”
ซูอวิ๋นซีจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตามขึ้นมา แล้วพูดเหมือนล้อเล่นว่า “ในเมื่อกำลังจะไป ก่อนออกเดินทางก็ทิ้งความทรงจำไว้ให้ฉันสักหน่อยได้ไหม?”
เซี่ยเฟิงถอยหลังไปครึ่งก้าวทันที แล้วส่ายหน้า “แบบนั้นไม่ดีหรอก”
ซูอวิ๋นซีกรอกตาอย่างจนใจ จากนั้นล้วงกล้องดิจิทัลตัวหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วยกแกว่งตรงหน้าเขา
“ฉันหมายถึงเจ้านี่ต่างหาก” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า “พี่เฟิง คิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย? ความคิดไม่บริสุทธิ์เลยนะ”
“……”
เซี่ยเฟิงเกาท้ายทอย สายตาเบนไปทางเพดาน ทำเป็นไม่ได้ยินทุกอย่าง
กล้องดังแชะ ซูอวิ๋นซีก้มดูรูปถ่าย ก่อนเก็บกล้องอย่างพอใจ
“งั้นฉันไปเข้าเวรแล้ว ระหว่างทางก็ระวังตัวด้วยนะ”
“อืม”
เซี่ยเฟิงยืนนิ่งอยู่ตรงประตูครู่หนึ่ง จนกระโปรงของหญิงสาวลับหายไปตรงมุมทางเดินที่ย้อมด้วยแสงสีแดง เขาจึงหันกลับเข้าห้อง แล้วตรวจอุปกรณ์สำหรับเดินทางไกลอีกครั้ง
เจ็ดโมงครึ่ง
ที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนน ตอนเซี่ยเฟิงไปถึง คนทั้งสี่นั่งรออยู่ข้างในแล้ว
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งชื่อโจวเฉิน ปกติเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจาเหมือนเขา ทั้งยังสันโดษพอกัน
คู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ฝ่ายชายชื่อหลี่ฮ่าว ฝ่ายหญิงชื่อหวังเชี่ยน ทั้งสองตัวติดกันตลอด และยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบเหมือนเขา
อีกคนเป็นหญิงสาวอายุไล่เลี่ยกับเขาชื่อจางหลิน นิสัยร่าเริงเปิดเผย เป็นพยาบาล และมีประโยชน์กว่าเขา
