ตรอกแคบลึกมืดทอดยาว ราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด
แสงสีเทาหม่นจากท้องฟ้าส่องลอดลงมาจากเบื้องบน ตกกระทบบนพื้นหินและร่างเล็ก ๆ ที่ขดตัวอยู่บนนั้น
เด็กหญิงในชุดกระโปรงสีเทาหม่นนอนดิ้นอยู่บนพื้น ร้องไห้โฮ ร่างเล็ก ๆ สั่นเทาด้วยแรงสะอื้น
หัวเข่าถลอก เลือดซึมปนฝุ่นเกาะเลอะอยู่บนนั้น เสียงแหบพร่าเพราะร้องไห้จนแทบไม่มีเสียง แต่เธอยังคงตะโกนสุดแรง
“แม่... หนูอยากหาแม่...”
ในตรอกมีผู้คุมยืนอยู่ทุก ๆ ไม่กี่เมตร พวกเขาสวมเสื้อผ้าหลากหลายแบบ สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือสร้อยลูกปัดสีแดงคล้ำหลายเส้นรอบคอ
เวลานี้ ผู้คุมทุกคนทำราวกับไม่ได้ยินเสียงร้องของเด็กหญิง ไม่มีใครคิดจะสนใจเด็กคนนี้
พวกเขาต่างก้มศีรษะ มือทั้งสองประสานไว้เบื้องหน้า ริมฝีปากขยับแผ่วเบา ราวกับกำลังสวดอะไรบางอย่างในใจ
【ร้องไปสิ ร้องไป
จดจำความสิ้นหวังนี้ไว้ จดจำความอ่อนแอและต่ำต้อยในแก่นแท้ของตัวเองไว้】
เสียงกระซิบเลือนรางบางอย่างเริ่มแทรกอยู่ในสายลมที่พัดผ่านตรอกอันเงียบสงบ
ไม่เหมือนเสียงคน กลับคล้ายเสียงแปลกประหลาดจากฟองอากาศนับไม่ถ้วนที่แตกตัวในของเหลวเหนียวข้น ละเอียด ยืดยาว และราวกับแทรกซึมอยู่ทุกหนแห่ง
【มีเพียงเทพเท่านั้นที่จะมอบทางรอดให้เจ้าได้
จงมอบความภักดีแก่เทพ จงวิงวอนขอความเมตตาจากเทพ นี่คือสิ่งเดียวที่เจ้าทำได้อย่างถูกต้อง】
เสียงร้องของเด็กหญิงค่อย ๆ แผ่วลง แววตาเริ่มเลื่อนลอย
แต่ในวินาทีต่อมา เสียง “หึ่ง ๆ” ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ก็ดังลั่นลงมาจากเหนือปากตรอก
ผู้คุมขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาวาวโรจน์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ทว่าเมื่อมองเห็นท้องฟ้า พวกเขาที่กำลังจะลงมือกลับแข็งค้างอยู่กับที่
เงาดำทะมึนผืนใหญ่กำลังทะลักเข้ามาจากฟากฟ้าเหนือปากตรอก บดบังแสงตะวัน
โดรนรูปลักษณ์ล้ำสมัยจำนวนมหาศาล สะท้อนประกายโลหะระยิบระยับ ราวกับฝูงผึ้งอึกทึก เพียงชั่วพริบตาก็ปกคลุมท้องฟ้าทั้งผืนเหนือศีรษะพวกเขา
กระแสลมจากใบพัดพัดผมของพวกเขาจนยุ่งเหยิง ทั้งยังกลบเสียงร้องไห้ของเด็กหญิง
ภาพที่เห็นกระแทกความรู้สึกอย่างรุนแรง จนสมองของทุกคนในที่นั้นหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ในเวลาเดียวกัน นอกเขตเมืองหลินหวู
