ในเมื่อแม่สามีเป็นฝ่ายหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก่อน ซ่งชิงเหอก็คิดว่าตัวเองควรแสดงจุดยืนให้ชัดเจนเช่นกัน
เธอกระแอมเบา ๆ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “แม่คะ หนูไม่เคยชอบกู้หย่วนเลย หนูกับเขาแทบไม่ได้เจอกันสักกี่ครั้ง อีกอย่างหนูก็รู้มาตลอดว่าเขาชอบพี่สาวหนู”
สิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง เจ้าของร่างเดิมชอบกู้หย่วน แต่เธอไม่ได้ชอบ
“ใครจะเชื่อ? อย่าคิดว่าแม่ตาบอดนะ เมื่อก่อนแกตามตื๊อกู้หย่วนเหมือนหมาเลียแข้งเลียขา คิดจริง ๆ เหรอว่าแม่ไม่รู้? วันร้อน ๆ ยังไปซื้อไอติมให้เขา จนตัวเองร้อนแทบเป็นหมา” หลิวซิ่วเหลือบมองซ่งชิงเหออย่างไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของเธอ
ซ่งชิงเหอไม่สะทกสะท้าน เธอแสร้งทำหน้าอับจนใจ “แม่คะ เรื่องพวกนั้นซ่งชิงหย่าบังคับหนูทั้งนั้น เธอชอบกู้หย่วนมาตั้งนานแล้ว ทุกครั้งก็ให้หนูไปเจอเขา ตอนเธออยู่กับกู้หย่วนก็ดูสนิทสนมกันมาก หนูเลยเหมือนหลอดไฟที่คั่นกลางพวกเขาทุกที หนูเพิ่งมองพี่สาวกับคนในบ้านออกจริง ๆ ก็เมื่อวานนี้เองค่ะ
“เฮ้อ ที่แท้ซ่งชิงหย่าก็เริ่มวางแผนเล่นงานหนูตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว ถ้าหนูมองแผนการของเธอกับกู้หย่วนออกเร็วกว่านี้ หนูก็คงไม่เข้าไปยุ่งด้วยหรอกค่ะ”
เธอโยนความผิดทั้งหมดไปให้ซ่งชิงหย่าอย่างไม่รู้สึกผิด
ความคลางแคลงบนใบหน้าหลิวซิ่วแปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด คล้ายกับว่าก่อนหน้านี้เวลาที่เธอเห็นซ่งชิงเหอเจอกู้หย่วน ซ่งชิงหย่าก็อยู่ด้วยทุกครั้ง ทั้งสามคนอยู่ด้วยกันราวกับเป็นความสัมพันธ์สามเส้า
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้เธอยังเคยเห็นซ่งชิงหย่ากับกู้หย่วนพบกันตามลำพังในป่าละเมาะด้วย
