ทั้งสามคนก้ม ๆ เงย ๆ ค้นหาอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายซ่งตัวตุนก็หย่อนก้นลงบนเก้าอี้ พลางหอบหายใจพูดว่า “ชิงหย่า ตอนเธอออกไปข้างนอก มีใครแอบขโมยไปหรือเปล่า? พวกเราค้นทั่วห้องแล้ว ไม่มีเลยจริง ๆ”
แม้แต่เตียงก็ยกขึ้นดูแล้ว เหลือแค่ขุดพื้นในบ้านหาเท่านั้น
ซ่งชิงหย่าหน้าหม่นลง “เป็นไปไม่ได้ ก่อนนอนฉันเพิ่งถอดหยกออก จำได้แม่นเลย”
เธอหวงหยกชิ้นนั้นมาก กลีบดอกไม้บนจี้หยกบางจนดูเปราะบาง ทุกครั้งก่อนนอนเธอจะถอดมันออกวางไว้ข้างหมอน กลัวจะกระแทกหรือทำเสียหาย
ซุนเฟิ่งขมวดคิ้ว “หรือว่าบ้านเราจะโดนขโมยขึ้น?”
ก็ไม่เห็นได้ยินว่าช่วงนี้มีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านนี่นา
ซ่งตัวตุนส่ายหน้า “ถ้าเป็นขโมย คงไม่ขโมยแค่หยกชิ้นเดียวหรอก”
อีกอย่าง จี้หยกรูปดอกไม้ชิ้นนั้นก็เป็นของที่สะดุดตาน้อยที่สุด แถมยังวางอยู่ข้างหมอนของชิงหย่า ขโมยคงไม่ปล่อยของอย่างอื่นไว้ แล้วเสี่ยงอันตรายเพื่อขโมยหยกชิ้นเดียวหรอก
ขโมยทั่วไปไม่มีสายตาเฉียบแหลมขนาดนั้น ส่วนหมู่บ้านนี้ก็ไม่มีทางมีขโมยฝีมือไม่ธรรมดาเข้ามาได้
“จริงด้วย ฉันไปดูของในห้องก่อน” ซุนเฟิ่งหันหลังวิ่งเข้าห้องตัวเอง พอแน่ใจว่าเงินในตู้เสื้อผ้าไม่ถูกขโมยไป ก็วิ่งไปดูห้องลูกชายอีกที เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังอยู่ครบถึงค่อยโล่งอก
พอซุนเฟิ่งกลับมาอีกครั้ง ซ่งชิงหย่าก็เริ่มค้นห้องโถงใหญ่แล้ว ซ่งตัวตุนเดินตามหลังเธอ คอยปลอบใจ “ชิงหย่า ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ถ้าแย่ที่สุด พ่อจะหาหยกชิ้นใหม่มาให้”
ก่อนพ่อของเขาจะเสีย ทิ้งของไว้ไม่น้อย หยกน่ะมีตั้งเยอะ
ซ่งชิงหย่าร้อนใจ “ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ฉันเอาหยกชิ้นเดิมของฉัน!”
หยกชิ้นนั้นจะหายไปไม่ได้เด็ดขาด
ตอนซ่งต้าเฉียง พี่ชายคนโตของตระกูลซ่ง พาแฟนสาวกลับมา สิ่งที่เห็นคือห้องโถงใหญ่ถูกรื้อค้นจนยุ่งเหยิง และพ่อแม่ที่เดินวนอยู่ข้างหลังซ่งชิงหย่า
ตอนนี้ซ่งชิงหย่าค้นทุกห้องในบ้านจนหมดแล้ว เธอตาแดงก่ำ หอบพลั่วเตรียมพลิกพื้นขึ้นมาดู
เธอแทบจะเสียสติ ในใจมีเสียงหนึ่งคอยบอกว่าหยกชิ้นนั้นสำคัญมาก ห้ามทำหายเด็ดขาด
ซ่งต้าเฉียงเห็นบ้านยุ่งเหยิงไปหมด ก็รีบเข้าไปถาม “พ่อ แม่ เกิดอะไรขึ้น ทำไมบ้านถึงเป็นแบบนี้?”
พูดจบ เขาก็รีบแย่งพลั่วจากมือซ่งชิงหย่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “ชิงหย่า เป็นอะไรไป มีใครรังแกเธอหรือเปล่า? บอกพี่มา เดี๋ยวพี่ไปจัดการให้”
ซ่งชิงหย่าเป็นแก้วตาดวงใจของทั้งบ้าน และยังเป็นคนที่ซ่งต้าเฉียงรักที่สุด
“พี่ใหญ่ หยกของฉันหายไป พี่ต้องช่วยหามันให้เจอนะ ฮือ ๆ ๆ...” พอเห็นพี่ชายกลับมา ซ่งชิงหย่าก็โผเข้าหาอ้อมแขนของเขาทันที ทั้งร้องไห้ทั้งออดอ้อน
สองพี่น้องสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ในบ้านจึงชินกับภาพนี้แล้ว แต่จางหลิง แฟนสาวของซ่งต้าเฉียง เพิ่งเคยเห็นทั้งคู่สนิทสนมกันขนาดนี้ พอเห็นซ่งชิงหย่าโผเข้าไปในอ้อมแขนซ่งต้าเฉียง ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที
สนิทกันเกินไปแล้วหรือเปล่า?
เธอเคยได้ยินว่าซ่งต้าเฉียงกับน้องสาวสนิทกัน แต่ไม่เคยคิดว่าจะสนิทถึงขั้นนี้
หลังจากตกใจ จางหลิงก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เธอเองก็มีพี่น้องเหมือนกัน แถมยังมีพี่ชายอีกสองคน แต่ปกติเธอไม่เคยออดอ้อนเหมือนซ่งชิงหย่าเลย
ซ่งต้าเฉียงไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของจางหลิง เขาตบไหล่น้องสาวเบา ๆ ปลอบเสียงนุ่ม “ชิงหย่า อย่าร้องไห้เลย พี่ใหญ่จะช่วยหาให้เจอแน่นอน วางใจเถอะ”
“พี่ใหญ่ ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่ดีที่สุด...” ซ่งชิงหย่าออดอ้อนไปพลาง เหลือบมองจางหลิงไปพลาง เธอเคยชินกับการเอาชนะคนอื่นอยู่เสมอ
ตราบใดที่เธออยู่บ้าน เธอก็ต้องเป็นจุดสนใจของทุกคน
จางหลิงอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว เธอฝืนยิ้มพูดว่า “น้องชิงหย่า บางทีเธออาจทำหยกหายเองโดยไม่ตั้งใจก็ได้ เธอรื้อบ้านจนเละเทะแล้วยังหาไม่เจอ แล้วจะให้ต้าเฉียงไปหาจากไหนล่ะ?”
ทำตัวราวกับจิ้งจอกเจ้าเสน่ห์ไม่มีผิด
พอซ่งชิงหย่าได้ยินจางหลิงพูดแบบนั้น ขอบตาก็แดงขึ้น น้ำตาจวนจะหยด เธอสะอื้นเอ่ยว่า “พี่เสี่ยวหลิงพูดถูก บางทีฉันอาจทำหายเองก็ได้...”
การทำตัวไร้เดียงสา อ่อนแอราวกับบัวขาว คือวิธีแสร้งอ่อนข้อของเธอ
“ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง พี่จะช่วยหา พี่จะช่วยหาให้เจอแน่นอน” ซ่งต้าเฉียงทั้งสงสารทั้งห่วง ขณะที่ซ่งตัวตุนกับซุนเฟิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็มีสีหน้าเจ็บปวดใจไม่ต่างกัน
จางหลิงมองครอบครัวนี้ที่พากันล้อมซ่งชิงหย่าไว้ เธอกระทืบเท้าแล้ววิ่งออกไป โกรธจนแทบระเบิด! ถ้าซ่งต้าเฉียงไม่มาขอโทษเธอ เธอจะไม่คบกับเขาอีกแล้ว!
ซ่งชิงหย่ามองแผ่นหลังของจางหลิงที่วิ่งจากไป ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาอย่างไม่ใส่ใจ ในใจรู้สึกได้ใจไม่น้อย
ถ้าอยากเป็นพี่สะใภ้ของเธอ ก็ต้องผ่านด่านเธอให้ได้เสียก่อน ถ้าเธอไม่พยักหน้า ต่อให้พ่อแม่เห็นด้วยก็ไม่มีประโยชน์!
อีกด้านหนึ่ง
หลิวซิ่วกลับถึงบ้านก็จัดการไก่สองตัวแล้วเอาไปต้ม จากนั้นหยิบถั่วลิสงแดงที่ต้มไว้เมื่อสองสามวันก่อน แล้วมุ่งหน้าไปบ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อโทรศัพท์
ทั้งหมู่บ้านมีโทรศัพท์อยู่แค่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้บ่ายสี่โมงกว่าแล้ว แดดไม่แรงเท่าไร ป้ากับน้าในหมู่บ้านหลายคนพากันมานั่งคุยเล่นหลบแดดใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน ข้าง ๆ ยังมีเด็กเล็กวิ่งไปวิ่งมา น้ำมูกย้อย
หลิวซิ่วยิ้มแย้ม เธอไม่ได้เดินเข้าไปในบ้านผู้ใหญ่บ้านทันที แต่แบ่งถั่วลิสงแดงให้ป้า น้า ลุง และเด็ก ๆ ที่นั่งหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ก่อน
“ลูกสะใภ้ฉันคลอดแล้ว เป็นแฝดชายหญิง ได้ลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน ทุกคนกินถั่วลิสงแดงกันหน่อย จะได้พลอยรับโชคดีไปด้วย” รอยยิ้มแต้มอยู่เต็มร่องหางตาของหลิวซิ่ว
ป้าคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ร้องอย่างประหลาดใจ “เป็นแฝดจริง ๆ ด้วย ผู้ชายที่เป็นทหารนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ”
“หนุ่มบ้านตระกูลลู่คนนั้นเอวแข็งแรงจะตาย ดูก็รู้ว่ามีพละกำลัง กลับมาครั้งเดียวก็ทำเด็กไว้สองคน ไม่เสียชื่อคนของชาติจริง ๆ”
“พวกทหารปีนป่ายข้ามหลังคาอยู่ทุกวัน จะไม่แข็งแรงได้ยังไงล่ะ เสียดายก็แต่ลูกสาวฉันไม่เอาไหน ไม่ยอมตกลงไปในอ่างเก็บน้ำ”
“นั่นสิ เด็กสาวบ้านตระกูลซ่งโชคดีจริง ๆ ตอนหมั้นก็ได้คู่หมั้นเป็นทหาร พอตกน้ำ คนที่ช่วยขึ้นมาก็ยังเป็นทหารอีก มีวาสนาดีจริง ๆ”
“ฉันว่าเด็กสาวบ้านตระกูลซ่งก็เก่งเหมือนกันนะ ครั้งเดียวได้ลูกครบทั้งชายหญิง บ้านไหนจะมีโชคแบบนี้ หมู่บ้านเรานี่เป็นแฝดคู่แรกหรือเปล่า?”
“ชิ แฝดจะวิเศษอะไรนักหนา ไม่ใช่ว่าคลอดลูกชายสองคนสักหน่อย ในหมู่บ้านเราก็มีคนที่คลอดทั้งลูกชายทั้งลูกสาวอยู่แล้ว”
“ป้าหลิว ลูกสะใภ้ป้าจะกลับมาพักฟื้นหลังคลอดเมื่อไหร่? ฉันจะให้ลูกสะใภ้ไปขอเคล็ดบ้าง เผื่อคราวหน้าจะได้ท้องลูกแฝดเหมือนกัน ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องคลอดลูกชายสักคน ลูกชายคนโตของฉันจะไม่มีคนสืบสกุลไม่ได้!”
……
คนเหล่านั้นพูดกันจ้อกแจ้ก หลิวซิ่วก็ยิ้มตอบทีละคน คุยกับทุกคนอยู่นานกว่าจะเดินเข้าไปในบ้านผู้ใหญ่บ้าน
ลูกสะใภ้ของผู้ใหญ่บ้านกำลังซักผ้าอยู่ที่บ้าน ส่วนผู้ใหญ่บ้านกับภรรยานั่งดูโทรทัศน์ในห้องโถงใหญ่ ข้างนอกอากาศร้อน ทั้งคู่จึงนั่งเป่าพัดลมไฟฟ้าอยู่ในบ้าน ไม่อยากออกไปไหน
หลิวซิ่วเดินเข้าไปทักทายลูกสะใภ้ของผู้ใหญ่บ้านก่อน จากนั้นถึงเข้าไปหาผู้ใหญ่บ้าน
เธอหยิบไข่ต้มย้อมสีแดงยื่นให้ “ผู้ใหญ่บ้าน ลูกสะใภ้ฉันคลอดลูกแฝดชายหญิง ไข่แดงสองฟองนี้เอามาให้รับโชคดีนะ ฉันจะโทรไปที่หน่วยของหวยเฉิน บอกข่าวนี้ให้เขารู้ด้วย”
“สมควรบอกให้เจ้าหนุ่มนั่นรู้ รีบไปโทรเลย รีบไป” ผู้ใหญ่บ้านรับไข่แดงมา แล้วยิ้มพลางบอกให้หลิวซิ่วไปโทรศัพท์
