ซ่งชิงเหอยังคงนั่งกินข้าวอยู่ตรงขอบเตียง พอได้ยินเสียงทารกน้อยร้องไห้ เธอก็รีบกินให้เร็วขึ้น ตั้งใจว่าจะกินสองคำสุดท้ายให้หมดแล้วค่อยไปให้นมลูก
เด็กน้อยน่ารักก็จริง แต่การให้นมลูกนี่ทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง อาจเป็นเพราะข้ามขั้นตอนการตั้งครรภ์ไปก็ได้
หลิวซิ่วรีบเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย วางผ้าอ้อมที่ซักสะอาดแล้วลงในอ่าง จากนั้นก็เดินไปข้างเปล อุ้มเจ้าก้อนน้อยสองคนที่กำลังหิวนมขึ้นมาปลอบ พลางหันมามองซ่งชิงเหอด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“ยังกินอยู่อีก รีบให้นมลูกสิ กินข้าวก็ไม่รู้จักนอนกินบนเตียง ถ้าป่วยช่วงอยู่ไฟขึ้นมา ต้องทนทุกข์ไปทั้งชีวิตนะ ถึงตอนนั้นอย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” หลิวซิ่วตะโกนใส่ซ่งชิงเหอที่กำลังแทะปีกไก่
เวลานั้นเอง พยาบาลคนหนึ่งได้ยินเสียงจึงเดินเข้ามา เธอยิ้มพลางรับทารกน้อยคนหนึ่งจากมือหลิวซิ่ว แล้วบอกซ่งชิงเหอว่า “น้องสาว รีบนอนลงบนเตียงเถอะ เพิ่งคลอดลูก อย่าเพิ่งลุกเลย มดลูกกำลังเข้าอู่ นอนพักจะช่วยป้องกันไม่ให้มดลูกหย่อน แม่สามีปากแข็งใจอ่อน ที่พูดก็เพราะเป็นห่วงเธอนะ”
บ้านสามีที่ให้ลูกสะใภ้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังคลอดมีน้อยมาก นอกจากกรณีคลอดยากจนตกเลือดแล้ว นี่เป็นรายแรกเลย แถมยังเปิดห้องเดี่ยวให้อีกด้วย
แม่สามีคนนี้ดีจริง ๆ
อีกทั้งพวกเธอยังได้ยินมาว่าสามีของคนคลอดเป็นทหาร ส่วนแม่สามีเป็นแม่ม่าย สามีเสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้แต่งงานใหม่หรือมีลูกคนอื่น ในบ้านมีแค่แม่สามีกับลูกสะใภ้สองคน แบบนี้เรียกว่าสุขสบายชัด ๆ ถึงได้อยู่ห้องเดี่ยวด้วย
